6 มิถุนายน 2550 16:36 น.
คีตากะ
สังคมป่วยด้วยใจเป็นไข้หนัก
เกินที่จักรักษาเยียวยาหาย
หลงความสุขทุกข์ก่อรอสบาย
จิตวุ่นวายไร้สิ่งพึ่งพิงใจ
กิริยาดีวจีเพาะจิตเลาะร้าย
คอยทำลายหมายปองจ้องผลักไส
แข่งชิงดีชิงเด่นจนเป็นภัย
เหตุหัวใจไม่พบสงบจริง
บ้างด่าทอต่อว่าอารีหาย
จิตหยาบคายคล้ายมีภูตผีสิง
บางเฉยชาช้าเฉื่อยล้าเหนือยจริง
บ้างไล่วิ่งสิ่งใดไม่รู้ตน
บ้างฉลาดปราดเปรื่องทุกเรื่องหล้า
แต่ธรรมาฆ่าสิ้นกังฉินฉล
บางเปี่ยมธรรมล้ำลึกสำนึกตน
แต่อับจนหม่นใจไร้ปัญญา....
6 มิถุนายน 2550 16:18 น.
คีตากะ
ทางไร้ทางร้างคนดั้นด้นถึง
เหนือคำนึงจึงปราศขาดถิ่นฐาน
ว่างจากตนพ้นทางหยั่งประมาณ
เกินคาดการณ์ฝันใฝ่จากใจคน
เหนือโลกหล้าหาไกลจากใจจิต
สุดเพ่งพิศทิศไหนไร้แห่งหน
จะว่าใกล้ไม่ไกลจากใจคน
จะว่าไกลไกลจนกว่าค้นเจอ
แหล่งกำเนิดเกิดถิ่นแห่งวิญญาณ
เป็นสถานบ้านเดิมก่อเริ่มเสนอ
สรรพชีวามาเกิดสุดเลิศเลอ
ชนมองเหม่อเพ้อหาทุกครากาล
ค้นหาไปไม่สิ้นสุดยั้งหยุดลง
เจตจำนงคงมั่นเพื่อฝันสาน
ได้สิ่งใดไม่พอต่อวิญญาณ
ด้วยต้องการพานพบสบตัวจริง.....
6 มิถุนายน 2550 15:44 น.
คีตากะ
หมู่เมฆน้อยลอยผ่านดวงจันทรา
แสงเจิดจ้ามามัวสลัวหมอง
ทั่วทุกทิศมืดมิดสนิทมอง
กลืนแสงทองส่องหล้าลับตาไป
ยามอารมณ์ห่มใจไม่ต่างจันทร์
บังจิตอันเดิมแท้แม้แจ่มใส
กลายขุ่นมัวตัวตนหมองหม่นไป
คลุกเคล้าใจในอารมณ์ผสมกัน
คราเมฆจางห่างไปลอยไกลผ่าน
จันทร์สะคราญรานตาฟ้าเฉิดฉัน
ความมืดมนพ้นหายกลับกลายพลัน
ทุกวารวันผันแปรหาแน่นอน
จันทร์ข้างขึ้นข้างแรมลอยแซมฟ้า
ขับดาราสง่างามทรามสมร
ถึงเมฆามาบังบางครั้งตอน
ประหนึ่งพรสอนฟ้าคราไร้จันทร์...
6 มิถุนายน 2550 15:23 น.
คีตากะ
มีดคมกริบหยิบถือในมือใคร
แท้หาได้ใช่มีดที่กรีดเฉือน
หล่อหลอมมาหนาบางต่างฟั่นเฟือน
จะถูกเถื่อนถามใครคนใช้มัน
หากผู้ถือคือหมอพอเชี่ยวชาญ
เพื่อภิบาลการรักษาพาสุขสันต์
ใช้ผ่าตัดบำบัดโรคโศกโรมรัน
ช่วยชีวันนั้นเลิศประเสริฐคุณ
หากคนถือเป็นมือฆ่าฆาตรกร
สิ้นสังวรบ่อนทำลายใจเฉียวฉุน
ไร้วิชาบ้าบิ่นสิ้นการุณย์
ย่อมปราศคุณวุ่นวายกลายโทษภัย
มือปราศมีดจิตใจไซร้มีมีด
จ้องเฉือนกรีดริดรอนซ่อนเฉไฉ
แม้นใช้มือถือจับกับสิ่งใด
ย่อมเปลี่ยนไปกลายมีดปลิดชีวา....
6 มิถุนายน 2550 15:00 น.
คีตากะ
พิรุณหลั่งสั่งฟ้าคราวสันต์
ฤดูผันวันเปลี่ยนเวียนมาหา
ปฐพีมีน้ำชุ่มฉ่ำพา
มวลพฤกษานาพันธุ์ประชันโต
หากแผ่นดินจินตนาดังว่าใจ
เมื่อคราใดได้ฝนจนอักโข
ย่อมอ่อนนุ่มอุ้มน้ำพืชงามโต
เฉกเช่นโพธิญาณบานสะพรั่ง
เพียรฝึกฝนจนได้ใจอ่อนโยน
ดุจดินโคลนโอนอ่อนค่อยสอนสั่ง
จิตใจน้อมถ่อมตนทนระวัง
ย่อมถึงฝั่งยั้งหยุดพุทธภูมิ
หากแต่ใจไม่ละหยาบกระด้าง
ดังดินร้างกลางแล้งเนื้อแห้งสุม
หว่านพืชธัญพันธุ์ไปกลายกลัดกลุ้ม
หวังไพรพุ่มพร่างพรายมิได้เลย...