1 กันยายน 2550 01:05 น.
พุด
ฝนกำลังพรายสายราวฟ้ารั่ว
เสียงระรัวหล่นกราวเหน็บหนาวขวัญ
ลั่นทมป่านฉะนี้คงร่วงพลัน
ราตรีฝันช่างเหงางามท่ามฝนพรำ
หอมจำปีคลี่นวลพราวทุกราวกิ่ง
ทุกสรรพสิ่งดูราวระรินร่ำ
หยาดน้ำตานางฟ้าสังเวยกรรม
โลกมืดดำในรอยกาลผ่านวันวน
ล้างดวงตามืดบอดให้สว่าง
พบทางว่างกระจ่างแจ่มเลิกสับสน
หยดน้ำฝนรินหลั่งลาล้างกมล
วิบากพ้นผันผ่านมิรานรอ
รอวันรุ่งพรุ่งนี้ฟ้าสีหวาน
ดวงดอกไม้บานรับขวัญอย่าเพิ่งท้อ
อยู่กับใจเหงาเงียบก็งามพอ
และ..มิขอแบกทุกข์รัก..แอกหนักใจ
ตอกสลักลั่นดาลจิตเคยติดกับ
มิวนกลับหวนไปเริ่มต้นใหม่
ไม่มีคำลาไม่มีคำว่าเสียใจ
สิ้นสายใย..เลิกยึดมั่น..กับฝันลวง...!
http://www.thaipoem.com/forever/ipage/song129.html
หยาดน้ำฝน หยดน้ำตา
หยาดน้ำจากตา นางฟ้าที่ตรมอารมณ์
หลั่งความขื่นขมที่ถมอยู่ใน ใจตน
หยาดย้อยจากปรางสวรรค์เบื้องบน
สู่กลางแก้มดินในฐานถิ่นคน
นั้นคือหยาดฝน ฉ่ำใจ
สาดสายพร่างพรายพรมผืนไร่นา แนวเนิน
ป่าดอนโขดเขินคลองขลุงทุ่งหนอง นองไป
หล่อเลี้ยงพืชพันธ์ มีผลดอกใบ
โลกเคยหลับไหล พลันฝืนตื่นใจ
สวยงามสดใส จริงเอย
ทอแสงทองอาทิตย์ทาบทา
พลันน้ำตานางฟ้าระเหย
เป็นละอองไอน้ำอย่างเคย
ถูกลมรำเพย พัดเลยลอยวน
หยาดน้ำจากตา นางฟ้าที่ตรมอารมณ์
ฝากมากับลมเป็นฝนพร่างพรม ใจคน
แต่น้ำจากตาตอนช้ำกมล
ที่เราหลั่งลอย ระเหยกี่หน
ถึงกลายเป็นฝน ฉ่ำใจ
ทอแสงทองอาทิตย์ทาบทา
พลันน้ำตานางฟ้าระเหย
เป็นละอองไอน้ำอย่างเคย
ถูกลมรำเพย พัดเลยลอยวน
หยาดน้ำจากตา นางฟ้าที่ตรมอารมณ์
ฝากมากับลมเป็นฝนพร่างพรม ใจคน
แต่น้ำจากตาตอนช้ำกมล
ที่เราหลั่งลอย ระเหยกี่หน
ถึงกลายเป็นฝน ฉ่ำใจ...