. ๏พระดำรัสธรรมในพระนิพนธ์ พระปิยมหาราช ฯ ๚.
๏ บัณฑิตวินิจแล้ว..............แถลงสาร...สอนเอย
ทศนฤทุมนาการ.......................ชื่อชี้
เหตุผู้ประพฤติปาน....................ดังกล่าว..........นั้นนอ
โทมนัสเพราะกิจนี้.....................ห่อนได้เคยมี๚
เพราะทำความดีทั่วไป
๑
๏ ทำดีไป่เลือกเว้น...............ผู้ใด....ใดเฮย
แต่ผูกไมตรีไป............................รอบข้าง
ทำคุณอุดหนุนใน.........................การชอบ.....ธรรมนา
ไร้ศัตรูปองมล้าง..........................กลับซ้องสรรเสริญ๚
เพราะไม่ได้พูดร้ายต่อใครเลย
๒
๏ เหินห่างโมหะร้อน..................ริษยา
สละส่อเสียดมารษา.......................ใส่ร้าย
คำหยาบจาบจ้วงอา-........................ฆาตขู่...เข็ญเฮย
ไปหมิ่นนินทาป้าย...........................โทษให้ผู้ใด ๚
เพราะถามฟังความก่อนตัดสิน
๓
๏ ยินคดีมีเรื่องน้อย...................ใหญ่ไฉน.....ก็ดี
ยังบ่ลงเห็นไป................................เด็ดด้วน
ฟังตอบสอบคำไข..........................คิดใคร่...ครวญนา
ห่อนตัดสินห้วนห้วน........................เหตุด้วยเบาความ ๚
เพราะคิดเสียก่อนจึงพูด
๔
๏ พาทีมีสติรั้ง................รอคิด
รอบคอบชอบแลผิด.......................ก่อนพร้อง
คำพูดพ่างลิขิต...............................เขียนร่าง...เรียงแฮ
ฟังเพราะเสนาะต้อง........................โสตทั้งห่างภัย ๚
เพราะงดพูดในเวลาโกรธ
๕
๏ สามารถอาจห้ามงด..................วาจา...ตนเฮย
ปางเมื่อยังโกรธา...........................ขุ่นแค้น
หยุดคิดพิจารณา............................แพ้ชนะ....ก่อนนา
ชอบผิดคิดเห็นแม้น.........................ไม่ยั้งเสียความ ๚
เพราะได้กรุณาต่อคนที่ถึงอับจน
๖
๏ กรุณานรชาติผู้.....................พ้องภัย..พิบัติเฮย
ช่วยรอดปลอดความไขษย...............สว่างร้อน
ผลจักเพิ่มพูนใน..............................อนาคต...กาลแฮ
ชนจักชูชื่อช้อน...............................ป่างเบื้องประจุบัน ๚
เพราะขอโทษบรรดาที่ได้ผิด
๗
๏ ใดกิจผิดพลาดแล้ว...............ไป่ละ..ลืมเลย
หย่อนทิฐิมานะ...............................อ่อนน้อม
ขอโทษเพื่อคารวะ..........................วายบาด...หมางแฮ
ดีกว่าปดอ้อมค้อม..........................คิดแก้โดยโกง ๚
เพราะความอดกลั้นต่อผู้อื่น
๘
๏ ขันตีมีมากหมั้น.....................สันดาน
ใครเกะกะระราน............................อดกลั้น
ไป่ฉุนเฉียวเฉกพาล.....................พาเดือด....ร้อนพ่อ
ผู้ประพฤติดั่งนั้น.........................จักได้ใจเย็น . .๚
เพราะไม่ฟังคำคนพูดเพศนิทาน
๙
๏ ไป่ฟังคนพูดฟุ้ง....................ฟั่นเฝือ
เท็จและจริงจานเจือ.....................คละเคล้า
คือมึดที่กรีดเถือ..........................ท่านทั่วไปนา
ฟังจะพาพลอยเข้า......................... พวกเพ้อรังควาญ ๚
เพราะไม่หลงเชื่อข่าวร้าย
๑๐
๑0 อีกหนึ่งไป่เชื่อถ้อย...................คำคน....ลือแฮ
บอกเล่าข่าวเหตุผล..........................เรื่องร้าย
สืบสอบประกอบจน..........................แจ่มเท็จ...จริงนา
งบ่ด่วนยักย้าย...................................ตื่นเต้นก่อนกาล ๚ะ
๑ ข้อความตามกล่าวแก้...............สิบประการ...นี้นอ
ควรแก่ความพิจารณ์...........................ทั่วผู้
แม้ละไป่ขาดปาน..............................โคลงกล่าว...ก็ดี
ควรระงับดับสู้....................................สงบบ้างยังดี ๚ะ๛
ขออัญเชิญพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว อันว่าด้วย การละเว้นวจีทุจริต เห็นเป็นสิ่งดีในการนำเสนอ ทั้ง บทโคลงสี่สุภาพ ซึ่งทรงใข้ถ้อยคำเรียบง่าย เข้าใจง่าย
วันนี้ขอพระราชทานนำลง เพื่อเป็นประโยชน์แก่ชนทั้งหลาย
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ
ข้าพระพุทธเจ้า
ทิกิ_tiki
00:30 นาฬิกา
พระอาทิตย์ ๒๓ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๔๘
พระราชนิพนธ์ในล้นเกล้าพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระปิยมหาราชโคลงสุภาษิต**นฤทุมนาการ**
กิจสิบประการที่ผู้ประพฤติยังไม่เคยเสียใจ
ที่มา วรรณสารวิจักษณ์ เล่ม ๔
กรมวิชาการ กระทรวง ศึกษาธิการ ฉบับพิมพ์พุทธศักราช ๒๕๔๐
๏พระราชนิพนธ์โคลงสุภาษิต **นฤทุมนาการ**๑ ๚
ที่มา จากหนังสือ เล่มเดียวกัน ได้บรรยาย ความ โคลงสุภาษิตนี้ไว้ว่า
คำว่า นฤทุมนาการ เป็นศัพท์สมาส ที่มีการสนธิ แยกได้เป็นขั้นๆดังนี้
นฤทุมน + อาการ (อาการ แปลว่า สภาพ กิริยา )
นฤทุมน เป็นศัพท์สมาสอีกเช่นกัน แยกได้เป็น
นฤ + ทุมน
(นฤ เป็น อุปสรรค แปลว่า ปราศจาก ไม่)
ทุมน แยกเป็น ทุ + มน
(ทุ เป็น อุปสรรค แปลว่า ไม่ดี เสีย
มน แปลว่า ใจ )
เมื่อแยกศัพท์ เช่นนี้แล้ว จะเห็นว่า ความหมายรวม นฤทุมนาการ ก็คือ สภาพที่ปราศจากความเสียใจ หรือ สภาพที่ไม่ทำให้เสียใจ ซึ่ง
ตามนัยแห่งโคลงสุภาตนี้มี ๑๐ ประการ
ดังที่ปรากฏในบทพระราชนิพนธว่า
.กิจ ๑๐ ประการที่ผุ้ประพฤติ ยังไม่เคยเสียใจ
ที่มา หน้า ๑๔๒ เล่มเดียวกัน
: 4895 - tiki : 264974 - ๒๓ ต.ค. ๔๘ - 00 :30
กิจสิบประการที่ผู้ประพฤติยังไม่เคยเสียใจ
1. เพราะทำความดีทั่วไป
2. เพราะไม่ได้พูดร้ายต่อใครเลย
3. เพราะถามฟังความก่อนตัดสิน
4. เพราะคิดเสียก่อนจึงพูด
5. เพราะงดพูดในเวลาโกรธ
6. เพราะได้กรุณาต่อคนที่ถึงอับจน
7.เพราะขอโทษบรรดาที่ได้ผิด
8.พราะความอดกลั้นต่อผู้อื่น
9.เพราะไม่ฟังคำคนพูดเพศนิทาน
10.เพราะไม่หลงเชื่อข่าวร้าย
24 ตุลาคม 2548 09:47 น. - comment id 529895
มาร่วมถวายบังคมด้วยค่ะ พี่ทิกิ..

25 ตุลาคม 2548 10:28 น. - comment id 530818
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่มีใจกรุณา มาร่วมถวายพระพร ในปีนี้เป็นที่น่ายินดี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลมหาราช ท่านได้เสด็จจากพระราชวังไกลกังวล มาวางพวงมาลา พระบาทสมเด็จพระปิยมหาราช

23 ตุลาคม 2548 10:01 น. - comment id 531067
ขอร่วมถวายพระพรและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ท่านทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย

24 ตุลาคม 2548 00:07 น. - comment id 531265
ร่วมถวายบังคมด้วยค่ะ ถวายบังคมแทบเท้า.............สดุดี ระลึกพระคุณมี.....................มากแท้ ไทยเทศต่างบุรี.................เทียมเท่า ราษฏร์ทุกข์ปลุกปลอบแก้.....กลับให้คืนขวัญ

24 ตุลาคม 2548 08:29 น. - comment id 531286
แวะอ่านครับ.....

23 ตุลาคม 2548 01:26 น. - comment id 533166
น้อมพระราชดำรัสขึ้นเหนือเกล้า ข้าผองเราจดจำทุกคำสอน เทอดพระเกียรติองค์ท่านด้วยการวอน ให้พี่น้องผองเราปรองดองกัน

23 ตุลาคม 2548 01:34 น. - comment id 533167
...ขอร่วมถวายพระพร...
ขอบคุณเจ้าบ้าน k. tiki
ชื่นชมกลอนงาม สาบนรสิงห์ 

23 ตุลาคม 2548 09:27 น. - comment id 533185
ยอดเยี่ยมค่ะ

23 ตุลาคม 2548 09:28 น. - comment id 533186
ขอร่วมถวายความเคารพด้วยขอรับ

23 ตุลาคม 2548 22:00 น. - comment id 535821
ร่วมถวายพระพรสมเด็จพ่อร.๕ด้วยค่ะ

23 ตุลาคม 2548 18:06 น. - comment id 535835
เรนขอร่วมถวายพระพรพระองค์ท่านด้วยนะคะ..
..
