tiki
มาฆบูช่า..กถา
สลักธรรม 9
ระดับแรก ทรงวางหลักการศึกษาและปฏิบัติว่า
ต้องไม่ทำบาปทั้งปวง คือตัวเองต้องไม่ทำบาปทั้งปวง
และต้องสอนให้คนอื่นไม่ทำบาปทั้งปวง
อีกนัยหนึ่งก็คือการปฏิบัติในเรื่องศีล หรือการสอนในเรื่องศีล
ซึ่งมีหลายระดับตั้งแต่ศีล 5 ศีล 8 ศีล 10 ไปจนถึงศีลสำหรับภิกษุและภิกษุณี
หรืออาจกล่าวอีกนัยนะหนึ่งได้ว่า
ตั้งแต่จุลศีล มัชฌิมศีล และมหาศีล
ซึ่งเป็นข้อห้ามมิให้ปฏิบัติเพราะหากปฏิบัติแล้วก็จะเป็นโทษ
ทั้งแก่ตนเองและแก่ผู้อื่น
การปฏิบัติศีลระดับใดก็มีผลเป็นการละเว้นบาปในระดับนั้น
เพราะการละเมิดศีลอย่างใดก็เป็นบาปอย่างนั้น
เช่น การละเมิดศีลข้อปาณาติบาตหรือการเบียดเบียนชีวิตอื่น
ก็ย่อมเป็นบาปและต้องรับผลที่จะต้องถูกเบียดเบียนตอบแทน เป็นต้น
บทบัญญัติเรื่องศีลแม้ว่าเป็นข้อห้ามทางกายแต่ผลที่แท้จริง
คือการศึกษาอบรมจิตให้เห็นโทษของการละเมิดศีล
เห็นประโยชน์ของการปฏิบัติศีล เมื่อจิตเห็นธรรมเช่นนี้แล้ว
ก็จะส่งผลต่อกายไม่ให้ละเมิดศีล
เหตุนี้ท่านจึงว่าศีลทั้งหลายเป็นปลายศีล
การ อบรมจิตไม่ให้คิดละเมิดศีลเป็นต้นศีล
คำสอนไม่ให้ทำบาปทั้งปวงเป็นคำสอนที่มีมาในทุกศาสนา
จะต่างกันก็ตรงที่ความครบถ้วนสมบูรณ์ และความประณีตในสิ่งที่เรียกว่า
บาป ที่อาจแตกต่างกัน
เช่น บางศาสนาสอนว่าการฆ่าชีวิตอื่นไม่ผิด ถ้าหากเป็นไปเพื่อพระเจ้า
บางศาสนาก็สอนว่าการฆ่าชีวิตอื่นผิด แต่สามารถไถ่บาปให้พ้นจากบาปได้
หากยอมรับนับถือพระเจ้า เป็นต้น
แต่สำหรับพระพุทธศาสนานั้นคำสอนเรื่องศีลมีความละเอียด
มีหลายระดับ ตามควรแก่การอัชฌาสัยของเวไนยสัตว์
การปฏิบัติศีลและการสอนให้ผู้คนอยู่ในศีลจึงเป็นขั้นต้นของการศึกษา
และการปฏิบัติ ตลอดจนเป็นขั้นต้นของการสั่งสอนเวไนยสัตว์
และเป็นบาทฐานของการยกระดับไปสู่การศึกษาปฏิบัติในระดับต่อไป
โดย ทิกิ_tiki [23 ก.พ. 2548 , 19:14:14 น.]