ชีวิตของดิฉัน
เพราะดิฉันเป็นลูกสาวคนเดียวของคุณพ่อคุณแม่ จึงได้รับการเอาใจใส่ดูแลและตามใจ
ทุกๆอย่างตั้งแต่เยาว์วัยที่จำความได้ว่า หากดิฉันต้องการสิ่งใดแล้วท่านจะพยายามหามาให้
ไม่เคยขัดใจดิฉันเลยสักครั้งเดียว แม้กระทั่งวัยล่วงเลยเข้าสู่ความเป็นผู้ใหญ่แล้วก็ตาม
ฉะนั้นจึงเกิดเป็นนิสัยที่ติดตัวมาจนกระทั่งบัดนี้ เมื่อสิ้นทั้งคุณพ่อคุณแม่ซึ่งท่านก็ทิ้ง
สมบัติพัสถานต่างๆอันพอที่จะทำให้ดิฉันสามารถเลี้ยงชีวิตไปได้ตลอดชั่วชีวิตนี้
เมื่อขาดคนเอาใจใส่ดูแลจำเป็นที่จะต้องดิ้นรนขวนขวายเลี้ยงชีพด้วยตัวคนเดียว แต่ก็ได้
อาศัยป้าซึ่งมีวัยชรามากเป็นผู้คอยช่วยเหลือดูแลทุกๆสิ่งทุกๆอย่าง ด้วยป้านั้นตัวคนเดียวขาดญาติ
พี่น้องและเคยดูแลเลี้ยงดิฉันมาตั้งแต่เล็กแต่น้อยจนกระทั่งเติบใหญ่ ก็ยังคอยดูและในสิ่งจำเป็นบาง
อย่าง เหตุที่ป้าขาดญาติพี่น้องได้อาศัยคุณพ่อคุณแม่ซึ่งท่านได้รับอุปการะมาตั้งแต่ป้ายังสาวๆ
ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ก็ยังฝากฝังไว้แก่ดิฉันว่าให้ถือเสมือนเป็นญาติผู้ใหญ่คนหนึ่งอย่าคิดว่าเป็นคนอื่น
ว่ากล่าวตักเตือนดิฉัน ก็ควรจะรับฟังไว้พิจารณาอย่าถืออำนาจเกินเลยไปจนทำให้ป้าเสียใจเด็ดขาด
หากท่านมิกล่าวไว้ ดิฉันก็ยังคิดเหมือนท่านเพราะดิฉันผูกพันรักใคร่ประดุจญาติผู้ใหญ่จริงๆของ
ดิฉันนั่นเอง
หลังจากกลับจากทำงานดิฉันมักจะซื้อของมาฝากป้าเสมอๆ ส่วนใหญ่แล้วป้าขอร้อง
เป็นพิเศษ คือ หมากพลูและบางครั้งอาจจะมียาเส้นเสริมบ้างในบางโอกาส ป้าไม่เคยเรียกร้องอะไร
มากไปกว่านี้ เสื้อผ้าหรือหากขาดก็จะปะชุนเย็บด้วยมือ ไม่เคยที่จะไปจ้างใครๆเขามาช่วยเย็บปะชุน
ดิฉันบอกว่าป้าทิ้งไปเถอะนะเดี๋ยวจะซื้อให้ใหม่ไม่ต้องไปเสียดมเสียดายหรอก
ป้ากลับย้อนดิฉันว่า เมื่อใช้ได้ก็ควรจะใช้อย่าหัดเป็นคนสุรุ่ยสุร่าย ควรที่จะกระเหม็ดกระแหม่ไว้
เพราะว่าเงินทองเดี๋ยวนี้นั้นใช่ว่าจะหากันได้ง่ายเสียเมื่อไหร่ล่ะ กว่าจะได้มาทั้งทีก็ต้องทั้งเหนื่อยกายและใจเรา
ยิ่งป้าแก่แล้วด้วยจะรับจ้างพิเศษก็ไม่ไหวเลยใช้ของเก่าๆนี่แหละอีกอย่างมันไม่คันด้วย
ของใหม่ที่คุณหนูซื้อมาให้ป้านะ ใส่แล้วมักจะคันจนเกาเป็นแผลเลยล่ะต้องเสียเงินซื้อยามาใส่อีก ใช่ว่าป้าจะรังเกียจนะ ถ้าจะใช้ต้องซักหลายๆน้ำจนกว่าขนมันจะหลุดนั่นแหละถึงจะค่อยยังชั่วหน่อย ป้าแกว่าให้ฟัง
กลับเป็นอย่างงั้นไป ดิฉันคิด หากมาคิดในมุมกลับก็จริงอย่างที่ป้าแกบอกเพราะดิฉันออกจะหรูหราฟุ่มเฟือย
ด้วยต้องเข้าไปในวงสังคมกับผู้ใหญ่ในที่ทำงาน บางครั้งต้องออกนอกสถานที่ตระเวนไปทั่วตามบริษัทต่างๆ
แทบเรียกว่าหาโอกาสนั่งในบริษัทน้อยมาก เหนื่อยก็เหนื่อยลำบากทุกอย่างผิดกับสมัยยังเด็กๆอยู่
ที่มีแต่ความสุขสบาย จะสบายจริงๆก็ได้อยู่บ้านเท่านั้น แต่ก็ต้องอยู่คนเดียวเพราะป้าเองก็ไม่ค่อยจะมา
สุงสิงเท่าใดนัก จนบางครั้งเหงามากคิดร้อยแปดพันเก้า แต่ก็ผ่านมาจนล่วงเข้าอายุเกือบจะสี่สิบเข้าไปแล้ว
ใช่ว่าดิฉันจะเป็นคนที่รูปร่างขี้เหร่ก็หาไม่ด้วยคนในบริษัทด้วยกันยังอิจฉาดิฉัน มักจะได้รับการทาบทาม
จากหนุ่มๆทั้งไม่หนุ่มเสมอมา แต่หนุ่มและไม่หนุ่มเหล่านั้นหาได้รับการแยแสสนใจไม่แม้แต่เพียงคนเดียว
ด้วยดิฉันคิดว่าเขามิได้รักดิฉันจริงหรอก เพียงคงหวังในสมบัติที่ดิฉันมีอยู่ บ้านหรือก็ออกใหญ่โต ปลูกใน
เนื้อที่เกือบสองไร่ รถยนต์ใช้มีตั้งสามคัน ล้วนเป็นรถที่ได้รับความนิยมชั้นสูงทั้งสิ้น หากดิฉันไม่ทำงาน
ก็คงไม่เป็นปัญหาใดๆแก่ดิฉันหรอก เพียงแค่เงินที่ฝากธนาคารเอาดอกเบี้ยมาใช้ก็เพียงพอกับดำเนินชีวิตแล้ว
แต่ด้วยเลือดของคุณพ่อที่มีอยู่ในตัวดิฉันคงจะมากจึงทำให้ต้องดำเนินชีวิตหาเลี้ยงตัวเอง
ครั้งหนึ่งคุณพ่อที่ยามสมัยมีชีวิตอยู่มักจะอบรมดิฉันในเรื่องนี้เสมอๆ จนเลยวัยศึกษามหาวิทยาลัยแล้ว
แม้กระทั่งในบ้านยังมีป้ายที่เขียนติดไว้ที่ห้องรับแขกซึ่งยังแขวนอยู่ติดกับฝาผนังจนกระทั่งบัดนี้
เป็นป้ายขอบทองลายน้ำลวดลายไทยทำด้วยไม้สักลงทองลายรูปเป็นรูปสิงห์และรูปคชสีห์ในป่าอยู่ด้านล่าง
ส่วนด้านขอบบนเป็นรูปนางกินรี อยู่ใกล้ๆริมสระ บ้างสรงน้ำ บ้างยืน บ้างกำลังบิน ด้านข้างเป็นลวดลายกนก
ภายในเป็นแผ่นไม้แกะสลักจารึกอักษรลงทองปิดด้วยกระจกอย่างดี อักษรแกะสลักเขียนข้อความไว้ว่า
ชีวิตคนเราเกิดมาอยู่ด้วยการต่อสู้ อดทน ขยันหมั่นเพียร ละเอียดรอบคอบ
พิจารณาขบคิดปัญหาอยู่เสมอ จงคิดว่าปัญหาคือสิ่งที่นำเราไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง จงตีปัญหาให้แตก
แล้วนำปัญหานั้นมาเป็นหนทางปฏิบัติสู่แนวทางในการดำเนินชีวิตของตน
ก่อนจะไปทำงานดิฉันมักจะยืนอ่านและพิจารณาอยู่เสมอๆ หากมีปัญหางานเกิดขึ้นก็มักจะย้อน
คิดถึงข้อความเหล่านี้ แล้วนำมาพิจารณาค้นหาสาเหตุและผลต่างๆทำให้สามารถแก้ไขปัญหานั้น
ผ่านไปได้ด้วยดี ถึงแม้บางครั้งอาจจะไม่ดีนัก แต่ก็ได้รับผ่านความเห็นชอบของผู้ใหญ่เสมอๆมา
เหตุฉะนี้ดิฉันจึงได้รับความไว้วางใจจากท่านผู้ใหญ่ แม้บางครั้งดิฉันจะเป็นคนเจ้าอารมณ์ในสิ่งไม่ควร
ทิฐิถือดื้อรั้นตามอุปนิสัยที่ติดตัวของดิฉันก็ตามที โต้เถียงในสิ่งที่ตนเองคิดว่าถูกต้อง แต่ที่จริงๆแล้วยัง
ขาดความรอบคอบตรวจตราอย่างละเอียด เพราะเพียงแค่อ่านงานอย่างคร่าวๆก็ยังได้รับความเมตตา
อาจจะถูกต้องของเธอก็ได้ แต่เธอลองช่วยพิจารณา
ข้อความที่ส่งมาหน่อยซิ ผมอาจจะผิดก็ได้นา ท่านกล่าวด้วยใบหน้ายิ้มๆ แล้วส่งเอกสารคืนให้ดิฉัน
ดิฉันกลับโต้เถียงย้อนท่านอีก ทั้งๆที่ไม่สมควรว่า
ดิฉันได้ตรวจสอบแล้วเห็นว่าถูกต้องแล้วนี่เจ้าคะ กล่าวพร้อมยื่นเอกสารให้อีกที
น่าๆๆคุณ...ถือว่าผมขอร้องเถอะนะครับ ลองอีกครั้งคงไม่เสียเวลาเสียหายอะไรนี่นา ท่านกล่าวขอร้องอีก
ได้ค๊า...ได้ๆๆๆๆ จะลองตรวจดูอีกทีน๊ะเจ้าคะ พร้อมทั้งหยิบเอกสารเดินตุ๊บป๊องๆเดินกลับไปที่โต๊ะ
ทำงานซึ่งอยู่ไม่ห่างไกลจากโต๊ะท่านผู้ใหญ่มากนัก แล้วรีบลงมีตรวจอย่างละเอียดเสมือนประชดประชัน
ภายหลังจากตรวจสอบอย่างละเอียดถี่ยิบถึงสองครั้งสองคราจึงได้พบสิ่งผิดพลาดซึ่งซ่อนอยู่ภายใน
อักษรอันเป็นภาษาที่ใช้ผิดลักษณะความหมายไปคนละอย่างกับเนื้อหา หากไม่พิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว
ก็จะคิดว่าเป็นการใช้ภาษาที่ถูกต้องกับเนื้อหางานทุกประการ
ดิฉันยิ้มกับตนเอง พร้อมนึกอยู่ในใจ
ฮึๆๆช่างละเอียดนักนะ หล่อนรำพึง
ภายหลังจากได้ทำการแก้ไขให้ถูกต้องทั้งความหมายและเนื้อหางานแล้ว ก็ยังอุตส่าห์แกล้งทิ้งงานไว้
บนโต๊ะทำงานทั้งๆที่รู้ว่างานชิ้นนี้เป็นงานเร่งด่วนมากต้องใช้ภายในวันนี้ช่วงบ่ายๆเพื่อเข้าประชุมใหญ่
ระดับประธานบริษัทก็ตามที ด้วยมานะทิฐิจะกลั่นแกล้ง ดิฉันคิดว่าจะนำไปส่งให้ก่อนประชุมสัก
ประมาณ 15 นาทีเพื่อตรวจสอบรายงาน ดูว่าจะตรวจสอบอีกหรือไม่
แต่ความคิดดิฉันผิดพลาดอีก หลังจากที่เขาได้รับรายงานแล้วเขา นั่งพิจารณาไปยิ้มไป บางครั้งหัวร่อเบาๆ
อะไรจะปานนั้น...จะบ้าหรือไง ดิฉันแอบมองและนำมาคิด พร้อมทั้งนั่งทำหน้าบึ้งๆอยู่แกล้งไม่สนใจ
ประมาณสักครู่ ท่านได้เดินมาที่โต๊ะดิฉัน พร้อมกล่าวคำขอโทษและขอบคุณดิฉัน
หากผมไม่ได้คุณเห็นจะแย่เหมือนกันคิดไม่ออกจริงๆว่าคุณแก้ไขโดยใช้อักษรที่เปี่ยมความหมายรัดกุม
ได้ดีอะไรเช่นนี้ เดี๋ยวผมจะให้เจ้าหน้าที่ช่วยซีล๊อกซ์เพื่อแจกจ่ายในที่ประชุมด้วย ขอบคุณครับ ท่านกล่าว
เขาบ้าหรือเราบ้าว๊ะ ดิฉันคิดนั่งงงเป็นไก่ตาแตก
หรือประชดเราว๊ะ ดิฉันคิดไปไกลกว่านั้นอีก
นี่ก็เป็นหนึ่งปัญหาที่ดิฉันได้รับความเมตตาจากท่าน แต่ด้วยความที่ได้รับความไว้วางใจและน้ำใจที่
เปี่ยมไปด้วยความเข้าใจเห็นใจทำให้ดิฉันอยู่ที่บริษัทนี้ไปได้นาน ทั้งๆที่เงินเดือนหรือก็ไม่มากนัก จะพูดได้ว่า
ยังไม่พอค่าน้ำมันรถและค่าเสื้อผ้าที่ดิฉันสวมใส่เลย บางครั้งคิดจะลาออกเพื่อพักผ่อนที่บ้านดีกว่า เพราะงานนี้
ทั้งเหน็ดเหนื่อยทั้งร่างกายและสมอง อารมณ์ชั่ววูบทำให้คิดไป เราหรือก็มีเงินมากมายซ้ำยังใช้ไม่หมดจะมานั่ง
ทำงานทั้งในนอกสถานที่ไปทำไม นอนกินทั้งชาติก็ไม่หมด แต่ความรู้สึกบางอย่างที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในใจดิฉัน
ได้คัดค้านอารมณ์นี้ตลอดมา พร้อมกับนึกถึงคำพูดของคุณพ่อคุณแม่ที่พยายามเฝ้าอบรมสั่งสอนมาตั้งแต่เล็กๆ
ให้เป็นคนสู้ชีวิต อย่าได้ยอมแพ้กับอุปสรรคใดๆทั้งสิ้น
หากมิฉะนั้นเกิดมาอายหมามันนะลูก ลูกดูซิหมามันยังไม่ยอมนอนเฉยๆเลยขนาดเราเลี้ยงดูมันอย่างดีนะ
ไม่ต้องเดือดร้อนไปหาเศษอาหารเยี่ยงหมาตัวอื่นๆที่นอกบ้านเรา ถึงเวลามันก็ได้กินและกินก็เป็นอาหารดีกว่า
มันยังอุตส่าห์นอนขวางประตูบ้าน หากใครมายังเห่าบอกคนในบ้านได้รับรู้ก่อนเรารู้เสียอีก ซ้ำถึงเวลามันยังช่วย
คาบผ้าที่เราแขวนไว้มาให้เราเพื่อใช้เข้าห้องน้ำหากเราลืม มันจะคอยสังเกตความเป็นไปในบ้านตลอดเวลา
และแต่ละบุคคลไม่ยอมอยู่เฉยๆ เราซิเป็นสัตว์ที่ประกอบไปด้วยภูมิปัญญาเฉลียวฉลาดกว่ามัน
มีทั้งสมองและร่างกายที่ตรง ไม่พิการเยี่ยงมันที่ขวาง แต่มันกลับไม่ขวางทางโลก และมีความซื่อสัตย์
ไม่เหมือนคนบางคนที่ชอบขวางทางโลกด้วยกัน ไม่สู้งานซ้ำยังเอารัดเอาเปรียบคนอื่นทำแทน คนประเภทนี้ซิ
น่ากลัว ขนาดตัวของตัวเองยังไม่ช่วยตัวเองคอยเอาแต่ความสุขสบาย คนประเภทนี้ซิน่าอายยิ่งนักจะเทียบกับหมา
ก็ยังไม่ได้ หมามันยังดีเสียกว่าที่มันไม่เคยให้คนอื่นช่วยมันจะช่วยตัวมันเองเสมอ สู้มันจะสู้เสมอเพื่อตัวมันเอง
และคนที่มีพระคุณแก่มัน อดทนก็อดทนยิ่งกว่า มันไม่เคยร้องขอความช่วยเหลือจากใคร ขยันหรืออ้าวมันก็ขยันกว่ามันจะตื่นก่อนใคร ฝึกมันลำบากยากเข็ญอย่างไรมันจะทำไม่ยอมหยุด พ่อคิดว่ามันคงทำแบบสนุกสนานต่องานของมันนะลูก ความพยายามหรือมันก็มีความพยายามหากมีปัญหาเกิดกับมันมันจะพยายามทุกวิถีทาง
เพื่อช่วยให้มันเอาตัวรอดไปได้ทุกครั้ง
ลูกลองคิดดูซิว่าคนที่ไม่คิดสู้งาน อดทน ขยันหมั่นเพียร จะสู้หมาในบ้านเราได้หรือไม่จ๊ะลูก
เมื่อดิฉันเกิดมีอารมณ์แบบนี้ขึ้นมาทีไร ก็จะนึกถึงคำพูดของคุณพ่อเสมอๆมา อย่าอายหมานะลูก
เพียงแค่คำนี้คำเดียวก็เปลี่ยนแนวความคิดของดิฉันไปหมดสิ้น อีกอย่างหนึ่งคือป้ายที่คุณพ่ออุตส่าห์ทำไว้
ในห้องรับแขกก็เป็นอุทาหรณ์สอนใจดิฉันได้ตลอดเวลา ลบล้างปัญหาต่างๆที่ซับซ้อน สุมไว้ในสมองดิฉัน
เรื่องคู่ครองของดิฉันก็เหมือนกันคุณแม่สอนไว้อย่างสม่ำเสมอ ให้ไตร่ตรอง คิดให้รอบคอบเสียก่อน
ที่จะมีเหย้าเรือน ผู้ชายนะไม่ใช่ว่าจะมีแค่คนเดียวนะลูก มีให้เราเลือกตั้งหลายๆแบบ และแบบไหนล่ะที่ควรเป็น
ผู้นำครอบครัวเรา ลูกต้องให้เกียรติเขาแล้วนั่นแหละเขาถึงจะให้เกียรติแก่ลูก ไม่จำเป็นหรอกที่จะต้องเป็น
คนร่ำรวยล้นฟ้า และก็ไม่จำเป็นเหมือนกันที่จะต้องมีคุณวุฒิที่เพียบพร้อมไปด้วยดีกรี หากมีนิสัยไม่ดีขาดคุณธรรมจริยธรรมประจำใจ ลูกได้ไปก็เปรียบเสมือนลูกเข้าสู่ประตูนรกที่มีแต่ความเดือดร้อนเนื้อร้อนใจตลอดเวลา จะหาความสุขสบายยั่งยืนในชีวิตของลูกก็แสนจะยาก จะเกิดความลำบากมิรู้สิ้นสุด
ฉะนั้นคนที่ลูกควรมองควรเป็นคนที่มีทั้งคุณธรรมและจริยธรรมเสมอต้นเสมอปลาย มิใช่เพียงเปลือกนอกดั่งที่เขาออกรายการในทีวีก็เยอะแยะไป หรือหนังสือพิมพ์ก็ประโคมข่าวเกือบจะเป็นรายวันไป
คนผู้นั้นต้องพร้อมเสมอทุกๆสถานการณ์ไม่ต่อหน้าและลับหลัง ถึงแม้จะไม่ร่ำรวยหรือประกอบไปด้วยคุณวุฒิดีกรีมาก หากเขาผู้นั้นเป็นบุคคลที่มีความซื่อสัตย์สุจริต ซื่อตรง ขยันอดทน หมั่นเพียรพยายามอยู่เสมอๆ
พูดจาตรงไปตรงมาไม่อ้อมค้อมและไม่ปลิ้นปล้อนหลอกลวง มีความนึกคิดต่อสู้ชีวิตเพื่อตนเองและครอบครัว แม่ว่านั่นแหละควรจะเป็นผู้นำครอบครัวเรานะลูก สิ่งที่เป็นความยากจนแม่คิดว่าเขาผู้นั้นก็สามารถสร้างฐานะได้เองแหละ ลูกดูคุณพ่อของลูกซิเขาก็มิได้มาจากตระกูลที่ร่ำรวยและก็ไม่ได้มีดีกรีมากมายอะไร เพียงแค่ใบเดียวพ่อก็สามารถให้ความสุขและหาเลี้ยงครอบครัวสร้างฐานะได้เป็นปึกแผ่นให้แก่ครอบครัวได้อย่างดีมีสุขได้เป็นอย่างดีดังที่ลูกได้รับและเห็นตลอดชีวิตของลูก ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตที่พ่อมีอยู่แม้ว่าจะออกจากงานไปแล้วก็ยังได้รับเชิญไปเป็นที่ปรึกษาด้านการงานในบางโอกาส ชีวิตการทำงานของพ่อเจ้าได้สร้างชื่อเสียงวงศ์ตระกูลเราจนได้รับการยกย่องเสมอมา จนเป็นที่กล่าวขวัญของคนทั่วๆไป แต่พ่อลูกก็มิได้หลงไปในสิ่งเหล่านี้ เพราะมีจริยธรรมคุณธรรม มิได้ยกตนข่มท่านถือแนวคิดปฏิบัติตามคำสั่งสอนในพุทธศาสนาอย่างเคร่งครัดตลอดมา
นี่ก็เป็นอีกหนึ่งคำสอนหนึ่งของคุณแม่ที่ถ่ายทอดให้แก่ดิฉันไว้คิดหากจะมีครอบครัว มาจนกระทั่งบัดนี้
ดิฉันยังหาคนที่ดีและใกล้เคียงกับคำพูดของคุณพ่อและคุณแม่ไม่ได้เลยจวบจนกระทั่งเดี๋ยวนี้ ใช่ว่าดิฉันจะเป็น
คนชาเย็นหรือก็หาไม่ ไม่เข้าสังคมหรือก็เปล่า ถนอมเนื้อถนอมตัวหรือก็ไม่เชิงเพราะงานบางงานก็ย่อมมีการ
แตะเนื้อต้องตัวบ้างถือเป็นธรรมดาในสังคมยุคนี้ แต่ไม่ควรเกินเลยปล่อยเนื้อปล่อยตัวปล่อยใจไปโดยไม่รักตัวสงวนตัว หลงระเริงไปในสิ่งยวนยั่วทั้งหลาย อันอาจจะเป็นการทำลายความเป็นลูกผู้หญิงที่พึงมี และพึงกระทำตนในสิ่งไม่สมควรพึงทำของลูกผู้หญิง ซึ่งดิฉันเห็นมามากต่อมากทั้งเด็กและผู้ใหญ่จนเป็นข่าวเกรียวกราว
สร้างความเสื่อมเสียแก่ตัวเอง แก่วงศ์ตระกูล สร้างความต่ำต้อยในสังคมของผู้ที่เกิดมาอย่างไม่ถูกต้องทำนองคลองธรรม จนเกิดสิ่งไม่ดีงามกระจายไปทั่วโลกถึงการกระทำของลูกผู้หญิง อับอายขายหน้าชนต่างชาติ ซึ่งประเพณี วัฒนธรรมที่ดีของเรา สืบทอดมาจากบรรพบุรุษ ที่สู้อุตส่าห์สะสมสร้างสิ่งดีงามไว้ให้ลูกหลาน อันเป็นเหตุเกิดเป็นภาระแก่สังคมอย่างเช่นในปัจจุบันนี้
ใช่ซินะเมื่อดิฉันเข้าสังคมทุกระดับชั้นมากเพียงใดก็ยิ่ง ได้เห็นการกระทำทุกๆระดับนั้น ทำให้ดิฉันเกิดความรู้สึกนึกคิดไปต่างๆนาๆ เกิดความเบื่อหน่ายในการครองเรือนมากเท่านั้น และยิ่งสะท้อนคำพูดของคุณพ่อคุณแม่แล้วก็ยิ่งทำให้เกิดความรู้สึกที่คัดค้านอารมณ์ความต้องการที่แฝงในร่างกายจิตใจดิฉันไปเสียสิ้น
ถึงแม้จนกระทั่งดิฉันจะขึ้นคานทองอย่างคนที่เขาพูดล้อเล่นเสมอๆ ดิฉันคิดว่าก็ยอม ยังดีเสียกว่าจะต้องถลำตัวไปกับสิ่งที่มีแต่ความหลอกลวง เอารัดเอาเปรียบ หากเขาล่ะเป็นผู้นำครอบครัวของดิฉันแล้ว วันข้างหน้า
จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ดิฉันนึกหลับตาลงด้วยความอ่อนล้าแห่งใจที่กำลังพุ่งเข้าสู่อารมณ์นาๆประการที่ประดังขึ้นมา แล้วสมบัติพัสถานต่างๆล่ะจะทำฉันท์ใดอีกล่ะหลังจากที่ดิฉันสิ้นไปจากโลกใบนี้ ผุดแทรกขึ้นมาอีก
จะยากอะไรเล่าเธอ..ใจหนึ่งบอกแก่ดิฉัน เราก็ทำพินัยกรรมแบ่งออกช่วยเหลือสังคมที่ต้องทนทุกข์ทรมานซึ่งมีอีกมากมายที่ยังรอการช่วยเหลืออยู่ หรือจะสร้างสาธารณะประโยชน์ทั้งทางโลกและทางธรรมก็ได้เพื่อเป็นบันไดก้าวล่วงไปยังภพข้างหน้าสร้างเป็นสมบัติแห่งกรรมดีติดตามตัวเราไปมิดีกว่าหรือ อารมณ์แห่งคุณงามความดีกล่าวขึ้น
อย่าๆๆนะ อย่าทำเธอจงเที่ยวให้สนุก ใช้ชีวิตให้สุขสบายในสมบัติที่เธอมีซิ โน่นแน๊ะเห็นไหมเขาไปเที่ยวกันยังต่างประเทศเอย เที่ยวตามคลับเอยแล้วก็สนุกสนานกับเกมส์ชีวิตแลกเปลี่ยนชีวิตกันและกันเอย เยอะแยะนะ
ของสนุกๆสนานทั้งนั้น เธอทำซิแล้วเธอจะรู้ว่าชีวิตนี้มีความสุขจริงๆนะ อารมณ์อีกอารมณ์หนึ่งแทรกขัดขึ้นมา
ดิฉันตลึงในความคิดแปลกๆที่แทรกซ้อนเข้ามาเกิดความลังเลขึ้นในอารมณ์ที่ฟุ้งซ่านเหล่านี้ พลันนึกถึงห้องพระที่คุณพ่อและคุณแม่ต้องเข้าไปสักการบูชาสวดมนต์เป็นประจำทั้งเช้าและก่อนนอน ขจัดอารมณ์ทั้งสองหายไป ใช่ซินะเราเองตั้งแต่ทำงานมานี้ห้องพระถูกปิดตายยังไม่เคยเข้าไปสักการบูชาพระเลยสักครั้งเดียว
เมื่อคิดถึงสิ่งนี้ทำให้เกิดอารมณ์ผ่องใสขึ้นอย่างประหลาด เกิดความอยากรู้อยากเห็นขึ้นมาทันที เห็นทีจะต้องเข้าไปบูชาสักครั้ง ดิฉันคิดขึ้นมาอย่างกะทันหัน ความอิ่มเอิบแผ่ซ่านไปทั่วหัวใจและร่างกาย ความสดชื่นเกิดขึ้น
ความห่อเหี่ยวและสิ่งที่คิดต่างๆนาๆละลายจางหายไปเสียสิ้น
ดิฉันค่อยๆก้าวผ่านประตูห้องพระ จัดการทำความสะอาดด้วยตนเอง เปิดหน้าต่างให้ลมผ่านเข้ามาไล่ความอับชื้น ตรงไปหน้าโต๊ะหมู่บูชาที่ตั้งอยู่หน้าพระประธานองค์ใหญ่ที่คุณพ่อสร้างไว้ ความรู้สึกบอกว่าขนาดหน้าตักท่านคงประมาณสามศอกเห็นจะได้ส่วนสูงๆเกือบจะจรดเพดานห้อง เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยสมัยสุโขทัย
พระพักตร์แย้มยิ้มให้แก่ดิฉัน จนบังเกิดความปิติ ขนลุกพองอย่างกะทันหัน ดิฉันจุดธูปบูชาด้วยธูปหอมส่งกลิ่นหอมรวยริน ช่างชื่นใจยิ่งนัก บังเกิดอารมณ์ที่เปี่ยมไปด้วยความแน่วนิ่งปราศจากความคิดใดๆแทรกซ้อนเข้ามา
หลังจากบูชาพระเรียบร้อยแล้ว ดิฉันนั่งเพ่งพินิจมองพระพุทธรูปด้วยความปิติสดชื่น พลันสายตาเหลือบไปเห็นตู้หนังสือที่จัดวางไว้ข้างผนังมุมห้องด้านหนึ่ง คงจะเป็นหนังสือพระที่คุณพ่อสมัยมีชีวิตเก็บรักษาไว้หรืออ่านในยามที่เข้ามาเป็นประจำหลังสวดมนต์เสร็จกระมัง ดิฉันกวาดสายตาไปรอบๆพลันสดุดกับหนังสือเล่มหนึ่งที่ถูกวางไว้ใต้แท่นบูชา จึงได้ก้มเอื้อมมือไปหยิบมาเป็นหนังสือคำสอนของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต เกี่ยวกับการทำทาน โอ้ช่างตรงกับอารมณ์สองฝ่ายที่แนะนำดิฉันจังหรือว่าเป็นบุญมาช่วยขจัดปัญหาที่รุมเร้าให้แก่ดิฉันนั่นเอง
ดิฉันยกมือกราบบนหนังสือหน้าปกเป็นรูปพระภิกษุสงฆ์นั่งขัดสมาธิรูปร่างสูงโปร่งใบหน้าไม่ยิ้มแต่ดูคล้ายจะยิ้ม
แล้วค่อยๆเปิดหนังสือขึ้นอ่านอย่างละเอียด ความนัยหนังสือขจัดปัญหาต่างๆให้แก่ดิฉันหมดสิ้น ณ ที่นี้เอง
พบแล้ว...ดิฉันพบแล้วหาทางออกให้แก่ชีวิตของดิฉันได้แล้วไม่ว่าจะเป็นสมบัติพัสถานต่างๆหรือแม้แต่กระทั่งร่างกายจิตใจของดิฉันเอง
แน่ล่ะต่อแต่นี้ไปดิฉันจะยึดมั่นถือปฏิบัติต่อคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ที่ทรงคุณอันประเสริฐยิ่งที่ถูกถ่ายทอดจากพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโตเถระ โดย ยึดถือเป็นหนทางต่อแนวทางการดำเนินชีวิตของดิฉันตราบชั่วชีวิตนี้ที่ยังมีลมหายใจอยู่ ตราบจนลุล่วงสู่สัมปรายภพนิจนิรันดร์กาล....
*** แก้วประเสริฐ. ***
xxxxxxxxxxxxx
๒ สิงหาคม ๒๕๔๙
3 สิงหาคม 2549 11:10 น. - comment id 92041
ผู้ใดฆ่านิวรณ์.....ความลังเล....ความฟุ้งซ่าน...ความพยาบาท...ความหดหู่.....เสียได้ ย่อมเป็นผู้ไม่มีทุกข์...ข้าพเจ้าแถมให้..เจ้าชาย.....

3 สิงหาคม 2549 12:46 น. - comment id 92045
คุณ ยายแม่มดน้อย ครับขอบใจจ้า เอ..ที่ผมทราบนะครับคุณ แม่มดมหาเสน่ห์ ว่านิวรณ์มี 5 อย่างคือ ราคะ พยายาท ถีนะมิทธะ สีลัพตัปปรามาส และก็วิจิกิจฉา เอ..หรือจำผิดหรือเปล่าหนอ ช่างเถอะคำพระจำไม่ค่อยได้จ้า แต่ที่คุณบอก นะแน่นอนต้องพ้นทุกข์แน่ขอรับเจ้าหญิงมหาเสน่ห์ ขอบคุณจ้า
แก้วประเสริฐ.

3 สิงหาคม 2549 14:43 น. - comment id 92046
แวะมาอ่านชีวิตของดิฉันค่ะคุณลุง สักวันกานต์คงจะเป็นเหมือนเธอค่ะ แต่กานต์ก็ไม่ได้ทำไม่ดีนี่นาตอนนี้

3 สิงหาคม 2549 17:37 น. - comment id 92047
ชีวิตอิฉัน..อยากอยู่บ้านพักคนชราค่ะลุงแก้ว อยากทำอะไรที่ทำให้คนแก่มีความสุขในขณะที่เรายังทำได้เคยไปทำบุญหลายครั้งประทับใจผู้เฒ่าผู้แก่ที่ถ่ายทอดเล่าเรื่องราวต่างสมัยก่อนให้ฟังเพลินดีค่ะ

3 สิงหาคม 2549 22:02 น. - comment id 92052
![]()
คุณ เพียงพลิ้ว จ้า...ทุกวันนี้กานต์ของลุงก็ทำดีๆอยู่แล้วนี่นา แต่ลุงเขียนตามใจเขียนจ้า
แก้วประเสริฐ.

3 สิงหาคม 2549 22:09 น. - comment id 92053
คุณ กระต่ายน้อย ใช่แล้วเป็นสถานที่น่าสงสารมากจ้า เฉพาะสิ่งที่ผู้ชราเล่าประสบการณ์ให้ฟังนะ น่าสนใจมานะ ดีแล้วได้บุญกุศลด้วยเน๊อะ
แก้วประเสริฐ.
