บทที่ ๓๑
สั่งลาและอาลัย
พากันวิ่งหางจุกตูดหนีกันไปหยุดเห่าพากันเบิ่งตามองดูเท่านั้น
องค์ทัศยุราชันย์ในร่างของทัดบ้านป่า นำขบวนเดินลัดเลาะผ่าน
บ้านหลังเล็กหลังใหญ่ จนมาถึงเนื้อที่ผืนหนึ่ง จึงหยุดชะงัก
คล้ายกำลังทรงรำลึกย้อนอดีต ก็เห็นชายชราคนหนึ่งกำลังเดินออกมาบริเวณ
บ้านที่ทรุดโทรมดูเก่าซอมซ่อคงเหลือแต่หลังคาที่มุงสังกะสีและฝาดีบ้าง
นอกนั้นทรุดโทรมเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวยกสูง แทบจะไม่สามารถกันฝนได้
พระองค์จึงทรงเดินเข้าไปยกมือไหว้แล้วถามว่า
“คุณลุงครับ ใครดูแลบ้านหลังนี้หรือครับแล้วเจ้าของล่ะคือใคร”
ครั้นพระองค์เพ่งเห็นชัดถนัดตาก็ให้นึกเกิดความสงสัยลังเลคลับคล้ายคลับคลา
ชายชราเดินหลังโก่งโค้งค่อยๆแหงนหน้ามองมาทางองค์ทัศยุราชันย์
ด้วยความสงสัยเพ่งแล้วเพ่งอีกเป็นเนิ่นนาน ทันใดนั้นร่างชายชราบ้านป่า
พลันร่างนั้นก็ให้สะดุ้งสุดตัวเกิดอาการหวาดกลัวตกใจเป็นอันมากร่างนั้น
พลันถอยหลังกรูดๆทันที พร้อมอุทานร้องเสียงลั่นสั่นเครือ กระวนกระวาย
โบกไม้โบกมือไหวๆด้วยอาการคล้ายตกใจลืมตัวอย่างยิ่ง
ทำท่าหันหลังจะวิ่งหนีทันที จนองค์ทัศยุราชันย์ในร่างของชายบ้านป่า
ต้องรีบเข้าไปจับตัวประคองไว้แล้วพาไปนั่งยังแคร่ที่มีวางไว้ ทรงตรัสว่า
“นี่ลุงๆๆนี่ผม ทัด บ้านป่าไงล่ะพอจะจำได้ไหมครับ”
“ โอยๆๆๆ!!!!! ผีหลอกช่วยด้วยกูด้วยโว้ย” แกสะบัดตัวเพื่อให้หลุด
แต่ก็ไม่อาจจะหลุดรอดพ้นมือองค์ทัศยุราชันย์ไปได้
“ไม่ใช่ผี นี่คนนะลุง ผีจับตัวลุงได้หรือ นี่ไงยังมีเนื้อหนังอยู่เลย”
พระองค์ ทรงตรัสบอกพร้อมเขย่าตัวเรียกสติแกกลับคืนมา
ชายชราคล้ายจะรู้สึกตัวเห็นจริงเพราะแกจับอยู่เพื่อดึงให้มือหลุด
ก็เป็นเนื้อหนังจริงๆ จึงค่อยๆทรุดตัวลงนั่ง องค์ทัศยุราชันย์ก็นั่งตาม
ชายชราพอตั้งสติได้ก็ค่อยๆแหงนหน้าจ้องเพ่งมอหน้าอีกที
แล้วพลันขยี้หนังตาที่เหี่ยวย่นๆไปๆมาๆ แล้วกล่าวขึ้นว่า
“โอ้ใช่แล้วนี่มันลุงทัดนี่หว่า ใช่ลุงทัดหรือเปล่าล่ะ ช่วยตอบข้าที
มีเขาบอกว่าลุงทัดตายไปแล้วนี่นา เมื่อคราวถูกน้ำป่าพายุพัดหายไป
ครั้งที่หมู่บ้านถูกน้ำท่วมจนเกือบตายกันหมดเหลือเพียงไม่กี่หลัง
อ้ายอ้นและข้าก็พากันออกตามหาอยู่เลย แต่ไม่พบพบเพียงแต่เสื้อผ้าลอย
ติดมากับต้นไม้พัดมาเท่านั้นเองแหละ เอ๊ะใบหน้ามันลุงทัดนี่นา”
และแล้วก็ต้องเบิกตาโพลง
“ เอ๊ะๆๆทำไมถึงไม่แก่ล่ะ เค้าใบหน้าช่างเหมือนเมื่อหกสิบปีกว่าๆ
ที่แล้วนี่นาไม่ผิดแผกแตกต่างกันเลย ไอ้ข้าก็อายุเพียงสิบสองปีกว่าเท่านั้นเอง”
“แปลกโว้ยแปลกจริงๆโว้ย ทำไมถึงไม่ยักแก่กลับหนุ่มหล่อกว่าเก่าเสียอีก
โอ๊ยๆๆกูจะบ้าตาย” แกส่งเสียงรำพันลั่นพลางเขย่าไหล่ทั้งสองข้างไปมาด้วยมือ
อันสั่นเทาเพื่อให้พระองค์ทรงตอบคำถามของแก
ทำให้องค์ทัศยุราชันย์พลันรำลึกจำความหลังได้พระองค์ จึงทรงตอบไปในทันที
“อ้อๆข้านึกได้แล้ว เอ็งมันไอ้จ้อยใช่ไหมล่ะ พ่อมึงชื่อไอ้แท่น แม่มึงชื่อจำปาใช่ไหม”
พระองค์ทรงตรัสถามออกไป
“ใช่แล้ว ข้านี่แหละไอ้จ้อยที่คอยติดตามลุงเข้าป่าหาฟืนและเก็บผักมาช่วยกัน
ขายและคอยนวดให้ลุงนั่นแหละคือข้าเอง” ชายชราตอบเสียงสั่นเครือด้วยอาการ
ดีใจ พร้อมยกมือขึ้นไหว้ด้วยมือที่สั่นไปมาทันทีแล้วก้มลงกราบ
“แล้วลุงหายไปอยู่ไหนไม่ตายหรือไปได้ยาวิเศษอะไรหรือถึงกินไม่ยอมแก่สักที”
แกถามด้วยความดีใจ เชื่อมั่นจริงจังว่าเป็นลุงที่มันรักเคารพเหมือนพ่อบังเกิดเกล้า
“ลุงพาใครกันมาตั้งเยอะแยะเต็มไปหมด ผู้หญิงสวยๆกันทั้งนั้นไม่เหมือนกับคน
บ้านเราสักคน สามคนข้างๆลุงเป็นป้าหรือเปล่าล่ะสงสัยจะใช่แน่ๆเลย”
แกพลันหันไปมองซ้ายมองขวาที และคนที่ยืนรออีกตั้งหลายๆคน
“แล้วลุงจะมาอยู่เลยหรือพาพวกป้าๆและใครตั้งแยะจะมาอยู่ที่นี่หรือ”
แกถามพร้อมทั้งเขม้นมองไปยังองค์หญิงทั้งสามและทหารหญิงแปลง
“เปล่าหรอกไอ้จ้อย ข้าคิดถึงก็จะมาเยี่ยมเยียนสักหน่อย แล้วข้าก็จะกลับไป”
พระองค์ทรงตรัสตอบ
“อ้าวๆๆแล้วใครจะดูแลบ้านล่ะ ข้าดีใจนึกว่าลุงจะกลับมาดูแลมันเสียอีก
ข้าต้องมาคอยเฝ้าซ่อมแซมบ้านและดูแลที่ดินของลุง มันมีคนมาขอซื้อกับข้า
ข้าไม่ยอมขายบอกว่าเป็นของลุงข้าไม่ขายให้ใครทั้งสิ้นถึงลุงไม่อยู่ข้าก็จะเก็บไว้
เพราะนับจากข้าเกิดมาพ่อก็หายไปไม่เห็นหน้า ก็มีลุงนี่แหละเลี้ยงดูข้ามาตั้งแต่เล็ก
แต่น้อย ลูกเมียลุงหรือก็ไม่มีเพราะมัวแต่มาเลี้ยงตัวข้า” ชายชราพร่ำสาธยายมาไม่หยุดปาก
แล้วพลางหันไปทางเจ้าหญิงทั้งสามและทหารหญิงแปลง พลางยกมือไหว้กล่าวว่า
“หวัดดีป้า สบายดีหรือ”
พระ องค์หญิงทั้งสามให้ทรงรู้สึกเวทนายิ่งนักยิ่งได้ฟังชายชราที่เล่าเบื้องหลัง
ยิ่งฟังนึกถึงความกตัญญูแก่พระองค์ชายก็ยิ่งทรงพระเมตตายิ่งขึ้น
พระองค์ทรงตรัสว่า
“ไม่หรอกจ๊ะพ่อจ้อย เดี๋ยวก็คงจะกลับกันแล้วล่ะ พ่อทัดเขาอยากมา
เยี่ยมบ้านเดิมแนะ”
“ไอ้ข้านึกว่าลุงและป้าจะมาอยู่เองหลงดีใจแทบตาย
นี่ก็ว่าจะกลับบ้านสักหน่อยมานั่งเฝ้านอนเฝ้าหลายวันแล้วล่ะ
ป่านนี้ไอ้เจนและอีสร้อยคงจะเอาข้าวมาให้ข้าแล้วล่ะ
ลุงกับป้ามากินข้าวกับข้าหน่อยนะนานแสนนานเจอกันที” ชายชรารำพึงเบาๆ
“ใครล่ะไอ้เจนกับอีสร้อยของเอ็งนะ” พระองค์ทรงตรัสถาม
“อ้อๆ...ไอ้เจนคือลูกของข้านะลุง ส่วนอีกสร้อยมันลูกสะใภ้
มีหลานอีกสามคน หญิงหนึ่งชายสองคน แต่ว่ามันโตๆเกือบเป็นหนุ่มสาว
แล้วล่ะมันไปทำนาทางโน้นแนะและนาของลุงด้วยทางผ่านไปขึ้นเขาไงล่ะลุง”
แกกล่าวพร้อมชี้ไม้ชี้มือประกอบ
“ทางที่ลุงกับป้าเดินลงมานั่นแหละข้าวกำลังตั้งท้องอยู่อีกข้าคิดว่าคงอีก
ไม่กี่เดือนก็เก็บเกี่ยวได้แล้ว”
องค์ทัศยุราชันย์และเจ้าหญิงทั้งสามก็เข้าพระทัยทันที เพราะพระองค์
ยังทรงลงไปวิ่งเล่นมาในผืนนาเหล่านี้นี่เอง
“นั้นขึ้นไปบนบ้านก่อนเถอะลุงและป้าด้วยนะ”
พลางลุกขึ้นกระย่องกระแย่งจูงมือเพื่อให้เดินตามแกไป
แต่องค์ทัศยุราชันย์ทรงตรัสขึ้นว่า
“ไม่หรอกจ้อย เดี๋ยวข้าก็จะไปแล้วล่ะเพียงแวะมาเที่ยวเท่านั้น
เออๆๆบ้านและที่ดินนี้ข้าจะยกให้เอ็งและลูกหลานนะไม่ต้องขายมันหรอก
ไว้บางทีข้าว่างๆก็อยากมาเดินดูเล่นบ้างหากเป็นของคนอื่นแล้วข้าก็ไม่อยากจะมา”
“ข้อนั้นลุงไม่ต้องเป็นห่วงหรอก ตราบใดชีวิตข้ายังอยู่
จะไม่ยอมเด็ดขาด อีกอย่างหนึ่ง ข้าสั่งไอ้เจนไว้แล้วด้วยว่า หากข้าตายลง
ไม่ต้องเผาศพให้เอาศพมาฝังยังบ้านนี้ทำเป็นหลุมขนาดใหญ่เพราะข้าก็รัก
ที่ผืนนี้บ้านนี้มากตั้งแต่เล็กมาจนแก่ปูนนี้ก็ได้ที่ผืนนี้นี่แหละคุ้มกะลาหัว
เลี้ยงดูมามาจนพอจะมีกินขึ้น หากไม่ทำตามข้าก็ขอสาปแช่งมัน
มันกลัวรับปากทั้งผัวเมียแก่ข้าแล้ว ถึงตายก็รู้สึกสบายใจลุง”
ชายชรากล่าวแก่องค์ทัศยุราชันย์
“ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ดีบางทีหากเอ็งยังไม่ตายหรือตายข้าคิดถึงก็จะมาเยี่ยม
ลูกหลานได้บ้าง จะไม่ต้องเดือดร้อนคนอื่นต่อไป”
พระองค์ท่านทรงตรัส
“อ้าวๆมาแล้วไอ้เจนอีสร้อย มึงทั้งสองมานี่เร็วๆเข้า”
ชราชราหันไปทางลูกชายลูกสะใภ้
ที่กำลังก้าวเข้ามาพร้อมปิ่นโตใหญ่แถวหนึ่งกับน้ำขวดเดินเข้ามาพอดี
พลางหันมาทางคนแปลกหน้าอย่างสงสัยที่เห็นคุยกับพ่ออยู่ ไม่กล้าพูดสอบถาม
เพียงแค่ชะงักหลีกเลี่ยงไปๆมาๆเท่านั้น จนกระทั่งชายชราเห็นจึงรีบกวักมือเรียกไหวๆ
ด้วยน้ำเสียงลั่นสั่นเครือรีบเร่งให้มาเร็วๆ เพื่อจะได้แนะนำคนที่แกเคารพรักนับถือ
“นี่ลุง ทัด บ้านป่าลุงแท้ๆของกูที่เลี้ยงกูมาตั้งแต่เล็กๆแต่น้อย
เป็นปู่ของมึงนะไอ้เจนอีสร้อยมึง รีบมากราบท่านเสียโดยเร็วๆเข้าอย่าชักช้า เดี๋ยวนี้
เดี๋ยวเขาก็จะกลับกันแล้วล่ะข้าให้ค้างแกไม่ยอมค้างด้วย” ชายชราเรียกเสียงสั่นเครือ
ไอ้เจนกับอีสร้อยรีบเข้ามากราบปู่ทัดทันที พร้อมหันไปยกมือไหว้
ป้าพระองค์หญิงทั้งสามที่ยังยืนอยู่ข้างๆ มันก็สุดแสนจะแปลกใจยิ่งนัก
หากพ่อมันไม่บอกมันมิยินยอมเชื่อโดยเด็ดขาด ว่าเป็นปู่ที่เคยน้ำพัดหายไปตั้งนาน
ดีนะที่ยังมีรูปภาพของปู่ทัดติดแขวนไว้ในห้องพ่อตลอดเวลาและแกมักจะยกมือไหว้เสมอ
ถึงจะเชื่อเพราะเค้าหน้าใบหน้าเหมือนกัน เพียงแต่พ่อเชื่อมั่นว่าเป็นปู่คือผู้ที่ยืนอยู่นี้
กลับเป็นชายหนุ่มรูปหล่อและรู้สึกว่าจะหล่อกว่ารูปที่ถ่ายไว้เสียอีก
องค์ท่านท้าวทัศยุราชันย์พลันหันมาทางหนุ่มชนบทลูกของไอ้จ้อยของพระองค์
ซึ่งพระองค์ทรงสังเกตเห็นชัดเจนขึ้นว่ามีใบหน้าละม้ายคล้ายกับพระองค์มาก
ร่างกายก็กำยำล่ำสันผึ่งผายกิริยาท่าทางอ่อนน้อมละมุนละม่อมลักษณะงาม
ก็ทรงพึงพอพระราชหฤทัยนักทรงตรัสขึ้นว่า”
“นี่แนะไอ้เจน ข้าจะขอมอบสมบัติเหล่านี้ให้แก่เอ็งและไอ้จ้อยไว้
จะทำหนังสือสัญญาไว้ให้ถูกต้องเผื่อต่อไปจะมีปัญหาเกิดขึ้นแก่เอ็งไว้
แสดงเป็นหลักฐานไว้แก่กำนัน ส่วนไอ้จ้อย ข้าขอฝากพ่อเอ็งไว้ด้วยให้ทำตามสัญญา
ที่รับเอ็งเคยสัญญารับปากพ่อเอ็งอย่าให้ผิดขึ้นนะ ข้ารู้นะหากเอ็งผิดสัญญาเมื่อไหร่
ข้าจะมากล่าวปรับโทษเอ็งทันที เอ็งอย่าคิดว่าข้าไม่รู้นะ” แล้วทรงพระสรวลเบาๆ
พระองค์ทรงตรัสแล้วหันไปสั่งทหารหญิงให้หยิบสิ่งของเป็นหนังอ่อนๆมา
พร้อมเครื่องเขียน เพื่อจะได้ร่างหนังสือสำคัญไว้แล้วส่งมอบให้พร้อมด้วยของที่
พระองค์ทรงหยิบเอาห่อผ้าจากเจ้าหญิงดาริกาซึ่งยื่นพระหัตถ์ส่งมาด้วยทราบ
ในน้ำพระทัยของพระองค์อยู่แล้ว พระองค์ทรงส่งมอบให้แก่เจนหนุ่มชนบททันที
พลางทรงกำชับไว้ว่าห้ามเปิดเป็นเด็ดขาด
“นี่เสร็จแล้วเอ็งเก็บเอาไว้ และนี่ห่อของเล็กๆน้อยๆจากข้าจะได้
เป็นทุนหาเลี้ยงดูต่อไปให้ดีกว่านี้ แต่อย่าลืมจำคำของข้าไว้นะไอ้เจน
ภาพประกอบของคุณ เฌอมาลย์ขอรับ คงเหลืออีกหนึ่งตอนคือตอนที่ 32 ก็จะจบบริบูรณ์ ข้าพเจ้าได้สอดแทรกบางอย่างลงไป เทพนิยายเรื่องนี้ ข้าพเจ้าภูมิใจนักที่เป็นงานเขียนชิ้นแรกที่ยาวพอประมาณได้สิ้นสุดลง ได้ดีหรือไม่นั้นคงต้องรอผู้อ่านตัดสินใจเอาเองขอรับท่าน...แก้วประเสริฐ.
9 ธันวาคม 2549 13:26 น. - comment id 94195
เข้ามาเยือนพี่แก้วนะครับ พี่ประพันธ์เองรึเปล่าครับ........

9 ธันวาคม 2549 14:04 น. - comment id 94197
คุณ เบรฟฮาร์ท เทพนิยายเรื่องนี้ผมประพันธ์ขึ้นเองโดยมิได้ ลอกเลียนแบบใครๆทั้งสิ้น หรือแม้แต่เอาแนวโน้ม ของเขามาประพันธ์ขึ้นใหม่ เพราะผมคิดว่านี่เป็น การเขียนเรื่องแนวนี้ยาวเป็นเรื่องแรกในชีวิต จึงได้ฝากผลงานที่เป็นของตัวเองความคิดของตัวเอง ซึ่งทำให้ผมภาคภูมิใจผลงานชิ้นนี้มากครับ ขอบคุณ มากนะครับที่แวะมาอ่านเยือน ซึ่งก็เหลืออีก บทเดียวเท่านั้นก็จะจบบริบูรณ์แล้วครับ ฝาก ไว้ด้วยบทส่งท้ายไว้มีอะไรบ้างโปรดติดตามอ่าน นะครับ ขอขอบคุณอีกครั้งหนึ่ง
แก้วประเสริฐ.

9 ธันวาคม 2549 15:23 น. - comment id 94199
คุณพี่นี่เก่งจริงๆเลยนะครับ ผมนี่สิแย่ครับเรื่องเรียงความ ในสมัยที่เป็นนักเรียนคะแนนเรียงความนี่ปานกลางไม่ค่อยดีเลยน่ะครับ เดี๋ยวไว้ตอนสุดท้ายผมจะติดตามนะครับ ผมเพิ่งได้อ่านตอนนี้เป็นครั้งแรกน่ะครับ เพราะผมไม่ค่อยมีเวลาได้อ่าน ขอสารภาพเลยครับ มีงานหลายอย่างที่ต้องทำ ส่วนมากจะคลุกกับการแต่งกลอนมากกว่า แต่คราวหน้าจะติดตามผลงานของคุณพี่ให้ได้เลยครับ ขอแสดงความนับถือ.....

9 ธันวาคม 2549 21:41 น. - comment id 94202
คุณ เบรฟอาร์ท ผมเองไม่ได้เก่งอย่างคุณยกย่องหรอกครับ เพียงแค่ใจผมนึกอยากจะเขียนเท่านั้นเองเลย เกิดความคิดที่จินตนาการไปเรื่อยๆครับ จนต้อง ระงับไว้บ้างเท่านั้นเองแหละครับ ขอบคุณที่จะติด ตามอ่านงานผมครับ ขอบคุณครับ
แก้วประเสริฐ.

11 ธันวาคม 2549 08:14 น. - comment id 94220
คุณ เฌอมาลย์ ผลงานชิ้นนี้นับได้ว่าเราสองต่างก็ร่วมกัน สร้างขึ้นมาครับ คนละเล็กละน้อยผสมผสานกันขึ้น เป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมา ผลนั้นเราทั้งสองก็ควรจะ ได้รับด้วยกันทั้งสองฝ่ายครับ ขอบคุณ
แก้วประเสริฐ.

11 ธันวาคม 2549 14:25 น. - comment id 94227
แวะมาอ่าน..เกือบจะสุดท้ายแล้ว..เขียนได้ดีมากค่ะ...มาทักทายนะคะ..

11 ธันวาคม 2549 14:41 น. - comment id 94230
คุณ ราชิกา งานมากหรือครับหายไปนานเสียนานคิดถึงจัง
แก้วประเสริฐ.

12 ธันวาคม 2549 09:21 น. - comment id 94247
มีการทำหนังสือสัญญาด้วยเหรอคะคุณลุง ทันสมัยจัง

12 ธันวาคม 2549 09:38 น. - comment id 94255
คุณ เพียงพลิ้ว อ้าวก็เข้าสู่ยุคปัจจุบันนี่นา มีรถยนต์ใช้แล้ว จึงต้องมีการทำสัญญากันไว้ซิจ๊ะ เดี๋ยวเขาจะว่าเอา ว่าขาดความรอบคอบจ๊ะ
แก้วประเสริฐ.

13 ธันวาคม 2549 17:25 น. - comment id 94277
ฟังชื่อเรื่องเหมือนจะซึ้งเลยค่ะ

13 ธันวาคม 2549 19:54 น. - comment id 94279
คุณ ทัน เป็นตอนหนึ่งในเทพนิยายเรื่อง"ทัศยุราชันย์" ครับผม เป็นงานที่ทดลองเขียนขึ้นครับ ทั้งหมด ๓๒ ตอนจบครับ เริ่มต้นจาก"เธออยู่ไหน"เรื่อยๆมา
แก้วประเสริฐ.

14 ธันวาคม 2549 12:15 น. - comment id 94290
แต่งได้ดีมากค่ะ ทำยังไงถึงจะเขียนเรื่องราวได้อย่างนี้บ้างคะ ช่วยบอกที

20 ธันวาคม 2549 21:23 น. - comment id 94386
%36 คุณ น้ำผึ้งเดือนห้า ผมเองก็บอกไม่ถูกเหมือนกันครับเพราะต่างคน ก็มีประสบการณ์ซึ่งกันและกัน เพียงอยู่ที่ว่าใคร จะมีจินตนาการได้มากน้อยกว่ากัน ทดลองซิครับ ไม่ยากนักหรอกเขียนอะไรก็ได้เท่าที่เรานึกจะ เขียนมันก็ค่อยๆทะยอยออกมาเองแหละครับ ตอนแรกก็จะติดขัดบ้าง พอไปได้สักสองสามเรื่อง ก็จะค่อยบรรเทาลงจะเขียนได้เองแหละครับ ขอบคุณที่มาเยี่ยมนะครับ
แก้วประเสริฐ.
