26 มีนาคม 2555 20:11 น.
แก้วประเสริฐ
* ศรัทธารัก *
๐ โอ้ลมโชยพลิ้วร่างสร้างใจไหว
อวลกลิ่นไอหอมชื่นระรื่นเผย
กลีบบุปผาซ่อนเร้นระเด่นเชย
หวามสิ่งเคยฝากไว้จนได้ตรม
๐ หวนรำพึงสะท้อนตอนรักสล้าง
อยู่ท่ามกลางต่อห้วงเป็นบ่วงขม
หวั่นไหวพราวยามรักสู่ปลักปม
แทบระทมความหลังหากพลั้งไป
๐ ดุจสายคลื่นน้ำตกปกคลุมหิน
แสนสุขจินต์ละอองผุดผ่องไสว
พรมพร่างเร้นงามเด่นฝากเน้นใจ
สิ่งไฉไลพราวพร่างสว่างภิรมณ์
๐ เพียงเสียดายสาวงามเมื่อยามรัก
ที่เพ็ญพักตร์เรือนร่างกระจ่างสม
มาแปรเปลี่ยนฝากซึ้งให้ตรึงตรม
ยากคิดชมสิ่งปรารถนามาเฝ้าเงย
๐ เสมือนจันทราลาลับจับขอบฟ้า
คราเรียกหาหวนกลับยากนับเผย
หลบความหลังฝากใจครั้งได้เชย
แสนละเลยความหอมย้อมพจนา
๐ สุดเปล่าเปลี่ยวห้วงลึกที่ตรึกยิ่ง
ล้วนหมายสิ่งพรากไปสุดใคร่หา
เหลือแค่เพียงความฝันสุดสรรมา
มองม่านฟ้าคนึงถ้อยร้อยจำเรียง
๐ กลิ่นที่หอมอบอวลล้วนสิ่งซึ้ง
ดุจตราตรึงสิ่งเศร้าที่เคล้าเสียง
คิดคำนึงกลิ่นบุปผาเฝ้ามาเคียง
มิอาจเลี่ยงเปลี่ยนผ่านที่ซ่านใจ
๐ ศรัทธาที่รักจากไปสลายแล้ว
สิ่งเจื่อนแจ้วพลิกสลดไม่สดใส
ม่านฝากรักหมายปองละล่องไป
แต่ห้วงในปวดร้าวผ่านเฝ้าระทม.
* แก้วประเสริฐ. *
19 มีนาคม 2555 20:44 น.
แก้วประเสริฐ
* เทพบุตรนางฟ้า *
๐ เทพบุตรนางฟ้าอัลมิตราเอ๋ย
ปีกฟ้าเผยไทยกลอนละอ่อนสวย
ผู้เสียสละควบคุมกระชุ่มกระชวย
พร้อมเลิศด้วยอักษราภาษาศิลป์
๐ เพื่อรักษาความงามยามเสริมสร้าง
มิอ้างว้างขาดตอนให้กลอนถวิล
เลื่องลือนามโบราณมาผ่านจินต์
เหมือนนกบินท่องฟ้าทิวาราตรี
๐ สร้างปราศหวังสิ่งใดในความคิด
เพียงดวงจิตประจักษ์ในศักดิ์ศรี
หลากวรรณศิลป์ล้ำค่ายากหามี
คิดเพียงที่ฝากไว้ในวรรณกรรม
๐ ปีกฟ้าจึงขนขวายเพื่อได้สร้าง
ออกเงินวางค่าเช่าเวปฯเสพย์ล้ำ
อัลมิตราหนุนสร้างระหว่างทำ
ควบคุมนำไทยกลอนอักษรกวี
๐ จนเลิศล้ำพวยพุ่งตราบรุ่งโรจน์
เป็นที่โปรดชาวกวีจนมีศักดิ์ศรี
เลื่องลือนามยามเอ่ยเพื่อเผยปฐพี
ปราศรวยมีสร้างไว้ให้นักกลอน
๐ คนไทยกลอนรู้ไหมใครปีกฟ้า
สร้างเวปฯมาเพียงชื่อร่ำลือสลอน
ด้วยใจรักวรรณกรรมมากล้ำตอน
รถต้องผ่อนมือสองสนองทำงาน
๐ ทั้งชายหนุ่มหญิงสาวเฝ้าเร่ร่อน
สร้างสู่กลอนงดงามเมื่อยามสาน
ล้วนเงินเดือนอัตคัตจัดทรมาน
เพียงอาหารคือมาม่าเป็นอาจินต์
๐ ขอเทิดทูนยอดหญิงชายมิ่งขวัญ
เทพไท้นั้นช่วยเหลือจุนเจือถวิล
ผ่านสิ่งใดสมหวังเป็นพลังชีวิน
หากหมดสิ้นทั้งสองต้องจบลง.
* แก้วประเสริฐ. *

29 กุมภาพันธ์ 2555 15:17 น.
แก้วประเสริฐ
* ตะวันยอแสง *
๐ ภานุมาศทอแสงแฝงเฉิดฉวี
หลายหลากสีระยับประดับไสว
ม่านละอองสายน้ำยามพลิ้วไป
เกิดรุ้งพรายเล่นน้ำตามสายลม
๐ คราสนธยาลาลับกับเหลี่ยมโลก
มืดมนโยคเข้าสลับประดับผสม
เงาของคลื่นเคลื่อนพลิ้วละลิ่วชม
ท้องฟ้าบ่มเพริศพริ้งแนบอิงพราย
๐ เหล่าวิหคร้องก้องทำนองเสียง
ชักชวนเคียงคืนพักก่อนจักสาย
บินคลอคู่เป็นแนวมุ่งแถวราย
มิแตกขยายหายลับเพื่อกลับรัง
๐ ยามตะวันยอแสงแฝงงามยิ่ง
ล้วนทุกสิ่งสายชลดังมนต์ขลัง
ละลอกคลื่นสาดซ่าส์อ่อนล้าพลัง
โอ้เปรียบดังเมืองแมนแฝงแผ่นดิน
๐ สายลมพลิ้วเย็นฉ่ำน้อมนำจิต
ก่อนเคยชิดเคียงข้างมาร้างสิ้น
เลาะชายหาดพร่ำเพ้อละเมอจินต์
สายน้ำถวิลความหลังเมื่อครั้งเชย
๐ ณ ที่เก่าเวลาเดิมยากเสริมแล้ว
หัวใจแป้วมืดมนยากปนเฉลย
เสียงเสนาะไพเราะหูมิอยู่เปรย
ยากจะเผยสู่เศร้าเปล่าเปลี่ยวใจ
๐ แสงตะวันจวนลับกลับขอบฟ้า
ล้วนคลื่นผวาผ่านไปฝากไร้ไสว
ริมชายหาดมีละอองผุดผ่องไกว
แต่เหตุไฉนห้วงลึกนึกใฝ่ครอง
๐ กระแสคลื่นละลอกกระฉอกคิด
ผ่านห้วงจิตซ่านให้สุดใคร่หมอง
เสน่ห์นางฟ้าครวญถึงยากพึงปอง
สิ่งเรืองรองผ่านไปดุจคล้ายตะวัน.
* แก้วประเสริฐ. *


23 กุมภาพันธ์ 2555 17:32 น.
แก้วประเสริฐ
* บุษบันเชยแข *
๏ ราตรีผ่องม่านฟ้า.... ..เหล่าบุปผาคราสนอง
ดาวแขดุจแนบครอง....เปล่งหล้าฟ้าหาเดียวดาย
หอมเจ้ามิต้องหมอง.....โปรยละอองมิลอยหาย
หวนคิดน้องมิคลาย......วาบสู่ฟ้าฤดีครวญ๚ะ๛
๏ ราตรีผ่องม่านฟ้า.........แสงส่อง ผกาเผย
บุปผาหอมชวนมอง.... ...นวลเนื้อ
ชมพูใฝ่แดงปอง..............ขาวก่อ มวลแฮ
แขเปล่งหนุนสู่เอื้อ..........ม่านเคล้าตรึงหทัยฯ
๏ ซ้ายแลขวาจักคว้า..........นวลนาง
พิศเพ่งยากจะวาง...............พรากไว้
ดอกแก้วซิบ่จาง..................หอมตลบ อวลนา
บุณฑริกสุดคลั่งไคล้...........แนบเนื้อใฝ่สงวนฯ
๏ ชมนาดผันฝากเอื้อ.........มุ่งชม แม่นา
อวลบุษบันหอมรม..............ซ่านไล้
การเวกฝากให้ดม...............สืบต่อ หวังแฮ
หอมสุดจากกลิ่นไว้............ยากเคล้าสู่สนองฯ
๏ รำพึงนางฝากเอื้อ..........อวลดม
กลีบกลิ่นแก้มหอมรม........ซ่านซึ้ง
เหล่าบุปผาภิรมย์...............สานต่อ มวลแฮ
ซ่านสุดจากห้วงบึ้ง............ใฝ่เคล้าสู่สนองฯ
๏ โปรยรินบ่มม่านฟ้า........ใคร่เชย นวลแฮ
แขส่องดาราเผย................อวลไว้
ใจจิตสุดยากเผย...............คำกล่าว จริงนา
หวังใฝ่เพียงลูบไล้.............ฝากเจ้าคลอเคียงฯ
๏ อกเอ๋ยช่างป่วนแล้ว......ชวนหา
หลายหลากบุปผามา........ผูกไว้
นางเอยยากนำพา.............สานต่อ นางแม่
ดอมกลิ่นผกาคลั่งไคล้.....ค่ำนี้ดั่งสรวง ๚ะ๛
* แก้วประเสริฐ. *