มองดูลมพัดไหวปลายใบหญ้า
พงพนาป่าเขาลำเนาคลื่น
แสงจันทราสาดแสงมาแรมคืน
ให้ร่มรื่นดุจสวรรค์อันภิรมณ์
มวลแมลงขันแข่งกันร่ายร้อง
ให้กึกก้องกล่อมราตรีกวีศิลป์
มนต์เสน่ห์หลงไหลเมื่อได้ยิน
กางปีกบินแข่งขันประพันธ์เพลง
เสียงน้ำตกแทรกซ่านผ่านยอดผา
ทิวไม้ป่าลู่ลมลิ่วปลิวไสว
แสงเดือนดาวจากฟากฟ้าส่องสกาย
ให้อบอุ่นมิคลายในราตรี
หากยังมีลมหายใจในพรุ่งนี้
จะเสริมสร้างสิ่งดีดั่งที่ฝัน
ชีวิตนี้เกิดตายใช่ยืนนาน
ผ่านสุขสันต์เศร้าโศกโลกอารมณ์.... "รึได๋"
2 กันยายน 2550 07:18 น. - comment id 747673
วันนี้มีค่ากว่าพรุ่งนี้ เริ่มความดีวันนี้จะดีกว่า พรุ่งนี้อาจเพียงฝันไม่มีมา อย่ารอท่า...เริ่มดี...วันนี้..เถิด เป็นกลอนที่สวยบทหนึ่งนะคะ ท่องเที่ยวบ้านกลอนก่อนเริ่มงาน

2 กันยายน 2550 12:05 น. - comment id 747730
ขอบคุณพี่รินมากครับที่ชี้แนะ....

2 กันยายน 2550 12:53 น. - comment id 747769
ตราบใดพระอาทิตย์ขึ้นทางตะวันออก และมาลงทางตะวันตก ชีวิตยังวนเวียนไปไม่หยุดยั้ง ต้องมีวันหนึ่งเป้นของเรา

2 กันยายน 2550 13:05 น. - comment id 747780
ขอบคุณ ไหมไทยมากนะครับที่แวะมาแจม ขอบคุณหลายเด้อ....

2 กันยายน 2550 19:39 น. - comment id 747964
หากยังมีลมหายใจในพรุ่งนี้
จะเสริมสร้างสิ่งดีดั่งที่ฝัน
ชีวิตนี้เกิดตายใช่ยืนนาน
ผ่านสุขสันต์เศร้าโศกโลกอารมณ์..
ชอบบทนี้อ่ะครับ ตรงใจดี
แวะมาชื่นชมผลงานนะครับ
วะซั่นว๋า อิอิ

2 กันยายน 2550 21:43 น. - comment id 748047
ขอบคุณคุณวาทลักษณ์ มากครับที่ชี้แนะ

3 กันยายน 2550 09:52 น. - comment id 748249

3 กันยายน 2550 16:01 น. - comment id 748459
ลมไหวใบหญ้า ธารารินไหล นกร้องก้องไพร ปลาว่ายสายธาร สองเท้าก้าวย่าง ริมทางที่ผ่าน ดอกไม้ผลิบาน หอมรื่นชื่นใจ
