๐สัมผัสใจตรงกันจะดั้นเมฆ ควบขี่ม้าโยกเยกย่างสมร ล่องนาวาราวีสีทันดร กุมมือกันสังกรไม่กลัวเกรง ๐ให้มันตายไปเถิดประเสริฐกว่า หากแกข้าอายเขาเฝ้าแต่เขลง จะเสียหมดยศศักดิ์แห่งนักเลง จะกี่เพลงไม่ขอแพ้แต่ต้นทาง ๐เขาบอกว่าเอากันบ่ยั่นดอก ต่อให้หงอกถูกดึงจนถึงหาง นัขจะเหน็บเจ็บจิกถึงหยิกยาง แหละต้องค้างขากรรไกรให้ไชมา ๐ถีบความกลัวพัวกรูจากพูปอด ทิ้งอ้อมกอดกรุยกรายออกไปก๋า แม้เป็นควายก็เผือกถึงเกลือกนา แต่ลูกบ้าลูกบี้มีเต็มใบ ๐บงระบัดลัดผลิสิสง่า อหังการ์กังสดาลกังวานไหว เจ้าขุนทองคล้องปากกาถาออกไป แล้วสูญลับกับไพรในวันนั้น ๐เขายังเป็นอยู่ไหมหัวใจห่วง หรือโดนหน่วงด้วยนารีศรีสวรรค์ หรือซุ่มเหล้าซดแนมแกล้มมะดัน ใครเจอะจรรโจษหน่อยให้ร้อยนึง/.
14 มิถุนายน 2546 17:46 น. - comment id 147086
55555 ถ้าเจอแล้วจาบอกให้จ้า แต่ว่าร้อยนึงอย่าลืมนา

14 มิถุนายน 2546 21:41 น. - comment id 147113
.....เมื่อนั้น หนุมาณชาญสมร ต้องออกร่อนเร่พเนจร เขียนกลอนเริงร่าบรรยาย โดดเดี่ยวเดียวดายกระไรหนอ ฉอเลาะร่ายเรียงเยี่ยงขยาย เป็นกาพย์เป็นกลอนสะท้อนใจ หวังได้ไมตรีมีให้กัน ไร้ซึ่งเลศนัยใช้ลวงล่อ หยอกล้อสำราญขำขันนั่น อีกคุยสนทนาถ้าเจอกัน รังสรรค์ส่งเสริมเติมกวี ขอเพียงจริงใจให้สักหน่อย จักคอยเกาคางไม่ห่างพี่ รำร่ายฉุยฉายในบัดนี้ ว่าแล้วหลีกทีจะรำเอย ฯ ...ตะเลง...เตร่ง...เต่ง...เตร๊ง... ...เต่ง..เต่ง...เตร๊ง...เตรง...เตร่ง...

14 มิถุนายน 2546 22:33 น. - comment id 147126
ตะเลง...เตร่ง..เต่ง..เตร๊ง...ง..ง..
..เลียนแบบ.. พี่อัลมิ..
..แต่เรน.. แต่งไม่เป็น..
..งัยดีร่า..
zz.. z z
..แบบว่า.. อยากแจม..
..แต่ไม่กล้า.. ตุ..เตร่ง ..เต่ง ..เตร๊ง ง...
..เรน..ขออนุญาต..แจม นะคะ...
อิอิอิ..

17 มิถุนายน 2546 01:05 น. - comment id 147646
สวัสดีครับคุณสนิม, คุณหลานรักอัลมิตตดา, หนูเรน ไม่ลืมครับคุณสนิม แหะแหะ..แล้วจะไปให้ได้ไงนี่ อยู่ห่างกันตั้งหลายปีแสง ............................................................. สองคนข้างล่างดูเหมือนว่าโขนหนึ่ง กับละครชาตรีหนึ่งนะจ้ะ ล่างสุดน่ะรำไปหลับไปด้วย ทำได้ไงหนอ..อือม์ละครวงนี้ดูแปลกจริงๆ

21 กันยายน 2546 20:32 น. - comment id 169604
DD..555.อิอิ
