10 เมษายน 2556 21:36 น.
คีตากะ
อยากจะร้องเพลงกล่อมทำนองซึ้ง
มอบเธอซึ่งปวดร้าวคราวสับสน
เรื่องราวรักรบกวนชวนวกวน
จากตัวตนบางใครในวันวาน
เธออาจท้อต่อใจที่ไหวหวั่น
สุดจะกลั้นน้ำตาพาร้าวฉาน
กัดกร่อนทรวงเนิ่นมาพร่าซมซาน
มันจะผ่าน...ผ่านไปอย่าได้เกรง
หากเหนื่อยนักพักก่อนย้อนดูจิต
เพียงความคิดเคลื่อนไหวไล่ข่มเหง
ใครเล่าใครตอกย้ำซ้ำตัวเอง
ประพันธ์เพลงบทเศร้ามาเนานาน
เธอทำดีที่สุดแล้วแก้วตาเอ๋ย
ทุกคนเคยพลาดผิดหลงทิศสถาน
เพียงบทเรียนสอนใจในวันวาน
ให้เธอหาญวันพรุ่งรุ่งทิวา
ฟ้าคงรู้สิ่งเธอพบเจอผ่าน
ดินคงจารจดไว้ให้ศึกษา
แม้ไร้คนเข้าใจในกานดา
อย่าลืมว่ามีฉันนั้นอีกคน...
10 เมษายน 2556 22:09 น.
คีตากะ
รถด่วนบขส....ชะลอจอด
เหม่อมองลอดหน้าต่างพลางทอดถอน
เห็นศาลาหลังนั้นพลันอาวรณ์
ก่อนบังอรยืนอยู่ใต้หูกวาง
รอรถเมล์ทุกวันหมั่นเพียรพาก
หลังแยกจากเรียนจบพบความห่าง
เธอเรียนอาชีวะคนละทาง
เราเดินต่างม.ปลายสายสามัญ
ใต้ร่มเงาโพธิ์พฤกษ์รำลึกถึง
เมื่อครั้งซึ่งเยาว์วัยได้สุขสันต์
วัดหนองโพโตใหญ่ได้พบกัน
เรียนร่วมชั้นนงรามความเป็นมา
คนสวยโพธาราม...นามกระฉ่อน
เชื้อสายมอญ, ลาวเวียงเพียงบุปผา
ใครพบเห็นเป็นมองจ้องจับตา
ดั่งดาราลอยล่องต้องตะลึง!
วัดขนอนหนังใหญ่เคยได้ทัศน์
เราเคยนัดเที่ยวท่องต้องคิดถึง
งานหาดทรายประจำปีที่ริมบึง
สบตาซึ้งดวงแขริมแม่กลอง
เรียนศาสตร์ศิลป์แตกฉานเชี่ยวชาญนัก
แต่เรียนรักตกซ้ำช้ำกลัดหนอง
ติดตัวรอหลายปีที่แม่กลอง
พอเรียนจบรักล่องต้องลาไกล
นั่งรถเมล์ผ่านมาพาปั่นป่วน
ยามรถด่วนหยุดป้ายชายตาไหว
มองหาสาวเมืองโอ่งโด่งดังไกล
ยังอาลัยกานดา...โพธาราม...
10 เมษายน 2556 22:10 น.
คีตากะ
หนุ่มเคมี....ห้องแล็บแอบมองเหม่อ
ทุกวันเจอนงคราญผ่านหน้าห้อง
มือถือสารเคมีที่ทดลอง
ได้แต่มองผิวเผินเธอเดินผ่าน
หนุ่มเคมี-สาวชีวะพบปะบ่อย
แล็บต้องคอยพึ่งพาค้นหาสาร
ห้องติดกันชั้นสองต้องช่วยงาน
ร่วมประสานประสิทธิ์ผลิตภัณฑ์
โรงงานใหญ่งานหนักพักผ่อนน้อย
เห็นเนื้อกลอยผายผอมยอมโศกศัลย์
ถือตะกร้าเข้าไลน์ไม่เว้นวัน
สู้บากบั่นทำงานนับนานปี
พบกันยิ้มยามผ่านสราญจิต
เสมือนมิตรรู้ใจในวิถี
ตะกร้าคนละใบผูกไมตรี
กำลังใจนั้นมีในแววตา
วันหนึ่งเธอเข้าแล็บแอบกระซิบ
ให้ช่วยหยิบถือของต้องมาหา
ไร้คนช่วยด้วยหญิงจึงพึ่งพา
หนุ่มอาสาช่วยไปไม่รีรอ
เมื่อเคียงใกล้ได้ชิดสนิทสนม
เธองามสมเพรียบพร้อมย่อมทดท้อ
สำรวจตัวมอมแมมแถมมอซอ
รูปไม่หล่อยากแค้นแสนระอา
ข่าวตอกย้ำแฟนเธอเป็นวิศวะ
รูปสุดจะหล่อเหลาเงินเนาหนา
จำต้องถอยออกห่างอย่างระอา
ด้วยน้อยหน้าเงินน้อยต่ำต้อยเรา
กระจกใหญ่บานนั้นทุกวันนี้
ยังคงมีนางฟ้าใบหน้าเฉลา
เดินผ่านไปทุกคราสง่าเงา
แต่ว่างเปล่าคนมอง....ต้องทำใจ...
30 กรกฎาคม 2558 13:09 น.
คีตากะ
ท้องทุ่งร้าง...วังเวงแลเคว้งคว้าง
ไฟไหม้ฟางปลายนาวันว้าเหว่
ลมชายทุ่งทักทายพัดถ่ายเท
คงรวนเรลับหายคล้ายคนจร
หนุ่มรถไถ...คนคอยยังหงอยเหงา
เพียงแต่เฝ้ามองข้าวพราวสลอน
ริมคันนาหญ้ารกอกสะท้อน
ใจอาวรณ์อาลัยในกานดา
เธอจากทุ่ง...ไกลห่างร้างข่าวคราว
ร้อนฝนหนาวหลายหนทนโหยหา
ใต้พยอมต้นนั้นวันผ่านมา
เคยหรรษาเคียงสองต้องหมางทรวง
เจ้าพยอมลืมนา....อำลาทุ่ง
มุ่งเข้ากรุงกว้างใหญ่ใฝ่เมืองหลวง
หวังร่ำรวยเงินทองน้องพุ่มพวง
หลายปีล่วงลับหายคล้ายลืมเลือน
ชาวนาคนมอซอ...คงรอเก้อ
เฝ้าชะเง้อห่วงหาท่ามป่าเถื่อน
นั่งนับวันเวลาจนพร่าเลือน
กี่ปีเดือนคณานับ...ไม่กลับมา....
13 สิงหาคม 2558 22:40 น.
คีตากะ
ปฐมบทชีวิตน่าคิดนัก
สุดตระหนักเข้าถึงซึ่งปุจฉา
คนเป็นสัตว์ประเภทใดในโลกา
หลากวิชาแบ่งแยกแตกต่างไป
บ้างว่าคนเป็นสัตว์จัดกินพืช
พวกหน้าจืดชวนหัวมัวสงสัย
บ้างว่าสัตว์กินเนื้อเถือตับไต
ทฤษฎีใดจะพิสูจน์คำพูดจา
พบแพทย์หนึ่งสูงวัยขัยแปดสิบ
ท่านกระซิบให้ฟังครั้งศึกษา
เพียงสังเกตรูปลักษณ์ประจักษ์ตา
มนุษย์หนาคล้ายสัตว์ประเภทใด
หน้าตาแหย...เซ่อซ่าหาดุร้าย
เทียบวัวควายม้าช้างกวางพอไหว
รักสงบมิต้องล่าฆ่าแกงใคร
ใบหน้าไกลสิงห์เสือข่มเหยื่อเกรง
ระบบฟัน...ยิ่งคล้ายมีหลายซี่
ไม่ต้องมีเขี้ยวยาวกร้าวข่มเหง
ใช้ฉีกเนื้อสร้างแผลแถละเลง
คล้ายกวางเก้งยีราฟคาบกิ่งใบ
ลำไส้ยาวหลายเมตร...สังเกตง่าย
จุดมุ่งหมายย่อยพืชยาวยืดไหล
ค่อยดูดซึมช้าช้าพาเส้นใย
เก็บกักไว้ยาวนานชาญกำลัง
ออกลูกทีละหนึ่ง...พึงพิเคราะห์
มนุษย์เหมาะพวกใดใช่เนื้อหนัง
ใช้ความไวจับเหยื่อเพื่อประทัง
ออกลูกครั้งละมากยากแจกแจง
ดูกระทิงอูฐม้า...ครากินน้ำ
ใช้ปากทำดูดดื่มลืมหน่ายแหนง
หาใช้ลิ้นเลียน้ำดั่งสำแดง
เหมือนสัตว์แห่งนักล่าคราดื่มกิน
คนเป็นสัตว์พวกใดพอได้คิด
แต่พลาดผิดที่ใดให้ถวิล
จึงมีโรคมากมายหมายเกาะกิน
ยังชีวินคนสั้นบั่นทอนลง
หมอเฒ่าว่ากายมนุษย์ทรุดโทรมง่าย
เหตุเลียนคล้ายนักล่าพาใหลหลง
ร่างกายใช้ย่อยพืชยืดเผ่าพงศ์
กลับทะนงเสพเนื้อใบ้เบื้อธรรม
เนื้อนมไข่ครบครันบั่นอายุ
จ้องบรรจุพิษร้ายหมายอิ่มหนำ
ล้วนอาหารยากย่อยพลอยระกำ
โรคกรายกล้ำสายเกินเดินสู่เมรุ
ออกกำลังกายประจำ...ท่านย้ำนัก
ชีวิตจักอยู่ยาวรุ่นคราวเหลน
หมั่นฝึกจิตภาวนาพาจัดเจน
ชีพจรเต้นช้าลงยืนยงนาน
กินผลไม้เป็นหลัก...จักแสนห้าว
ละของคาวเค็มเกินเมินของหวาน
สมุนไพรของไทยใช้นมนาน
ล้วนต่อต้านโรคร้ายคลายโศกา
ข่าพริกขิงตะไคร้ใบกระวานฯลฯ
มีฤทธิ์ต้านอนุมูลฯพูนรักษา
โรคมะเร็งห่างไกลไม่ใช้ยา
ควรรู้ค่าหาทานอาหารไทย
มีคำถามตอนท้ายท่านร่ายเอ่ย
อายุยืนที่สุดเลยเคยรู้ไหม?
ตอบว่าเต่าพันปีมีทั่วไป
กินพืชในทะเลนั้นมันยืนยาว
ท่านบอกท่านหมายเป็นดุจเช่นเต่า
ร่างกายเล่าคือกระดองป้องร้อนหนาว
ใจเฉกหัวเต่านั้นผ่อนสั้นยาว
ทุกย่างก้าวมั่นคงดำรงตน
ท่านหวังอยู่นานปีร้อยยี่สิบ
เสียงกระซิบเชื่อมั่นยืนยันผล
สิ้นเสียงพลันหกสูงท่ามฝูงชน
ตามด้วยฤาษีดัดตนคนเกรียวกราว!...