27 มิถุนายน 2564 08:17 น.

ประสบการณ์จริงจากพี่สาว...

คีตากะ

559000000945102.JPEG
พี่สาวหนึ่งบำเพ็ญเห็นพุทธะ
เธอตามพระลงนรกอกกลัดหนอง
เห็นกงล้อโอฬารพานเหม่อมอง
เสียงกรีดร้องสัตว์นรกอกเวทนา
ทั้งชายหญิงวิ่งวนบนกงล้อ
ใต้มีหม้อน้ำร้อนกร่อนสังขาร์
ล้อหมุนเร็วเหวี่ยงชนร่วงหล่นมา
ทุกกายากลายสุกแสนทุกข์ทน
หม้อน้ำเดือดขนาดใหญ่ไม่เว้นว่าง
เต็มด้วยร่างมนุษย์ทุกแห่งหน
พอตายแล้วก็ฟื้นคืนเวียนวน
ตราบเศษผลแห่งกรรมจำเบาบาง
เธอพบเห็นดั่งนั้นพลันสังเวช
จึงแจ้งเจตจำนงลงสะสาง
โพธิสัตว์กษิติครรภ์พลันช่วยนาง
นรกว่างทันใดในบัดดล
เธอถามเขาเหล่านี้ที่ถูกโปรด
ท่านต้องโทษใดมาพาก่อผล
ตอบว่าเรากินเนื้อเมื่อเป็นคน
จึงไม่พ้นหม้อปรุงทุกข์ตามกรรม
กาลเวลาผ่านไปไม่นานนัก
เธอประจักษ์ว่าชนใหม่ได้ตกถลำ
ลงสู่ขุมนรกนี้ที่มืดดำ
กงล้อกรรมเริ่มหมุนชนวุ่นวาย...
12 มิถุนายน 2564 00:40 น.

หญิงโสเภณี...

คีตากะ

หญิงหนึ่งเป็นโสเภณีคดีต้อง
เขาจับคล้องโซ่ตรวนจวนประหาร
นำเธอลงหลุมใหญ่ให้ประจาน
ชนทุกย่านรายล้อมพร้อมลงทัณฑ์
ชนตราหน้าว่าเธอบาปและหยาบช้า
พิพากษาถึงตายโทษมหันต์
ต้องถูกหินขว้างใส่ในโทษทัณฑ์
จนอาสัญตามกรรมเธอทำมา
พระเดินผ่านพอดี ณ ที่นั้น
ฝูงชนหันแจ้งความถามปัญหา
สาธยายความชั่วมั่วกามา
ควรโทษฆ่าหรือไม่ในคดี
พระตอบว่าถ้าบาปเธอหยาบช้า
จำต้องฆ่าตกตายกลายเป็นผี
ก็ขอให้ผู้ไม่บาปตราบชีวี
คนแรกที่จับหินขว้างใส่ร่างเธอ
ชนต่างจ้องมองกันพลันนิ่งเฉย
ทุกคนเคยทำบาปบ้างพลาดเผลอ
ชนจึงทยอยกลับไปไม่พบเจอ
เหลือเพียงเธอกับพระองค์ศาสดา...
11 มิถุนายน 2564 22:00 น.

ท้องนาวันนี้...

คีตากะ

ท้องทุ่งนาวันนี้พิกลแปลก
คันไถแอกถูกทิ้งอิงแอบเสา
เห็นเคียวคานเหน็บฝาพาซึมเซา
แม้ทุยเจ้าก็ลับหายไม่เหลือรอย
เจ้านกเอี้ยงเดียวดายคล้ายส่งเสียง
ขาดคู่เคียงเพื่อนทุยคงเหงาหงอย
เกาะกิ่งตะเคียนวังเวงร้องเพลงคอย
เสียงเศร้าสร้อยตัดพ้อรอทุยย้อน
ท้องทุ่งร้างว้างเวิ้งและเหว่ว้า
คอยคนมาพลิกฟื้นคืนไถ่ถอน
เขาขุดนาขายดินสิ้นนาดอน
รับเงินก้อนขายนาต้องอาลัย
เปลี่ยนที่นามาเป็นทะเลสาบ
จากที่ราบเป็นที่ลุ่มชุมชนใหม่
มิเหลือแล้วชาวนาเคยอาลัย
เมื่อเอไอแทนที่วิถีชน
รถบรรทุกเข้า-ออกบอกลางเลศ
ชนวนเหตุนาร้างกลางไพรสณฑ์
เมื่อหนุ่มสาวเข้าเมืองเฟื่องกมล
ด้วยความจนชักนำจำทิ้งนา
อุตสาหกรรมสร้างเงินสูงเกินเทียบ
ไกลเกินเปรียบท้องทุ่งมุ่งอุตส่าห์
ใช้ที่น้อยสร้างเงินเกินอัตรา
แต่ท้องนาที่มากยากทำเงิน
ล้อเกวียนฝุ่นเกรอะกรังดั่งสิ้นค่า
หุ่นไล่กาคอตกอกขัดเขิน
เหลือยุ้งฉางว่างเปล่าเขาหมางเมิน
ท้ายก้าวเดินทางสู่พิพิธภัณฑ์…
10 มิถุนายน 2564 19:26 น.

ฟ้าลงทัณฑ์....

คีตากะ

ฟ้าเคยงามสีครามเมฆลามไล้
มองครั้งใดให้สุขปลุกปลอมขวัญ
มาบัดนี้หม่นหมองครองชีวัน
ฟ้าแปรผันพิโรธมาโกรธเกรี้ยว
ลมพรมพลิ้วทิวสนจนเอนไหว
เคยเพลินใจได้มองต้องหันเหลียว
กลายพัดโบกโยกสนต้นล้มเทียว
ลมกราดเกรี้ยวด้วยกระไรไยโกรธา
ธารเคยไหลเคลื่อนคล้อยเอื่อยอ้อยอิ่ง
ยิ่งมองยิ่งใจสงบพบหรรษา
แต่แล้วธารพานโกรธโทษใดนา
จึงพัดพาสรรพสิ่งจมดิ่งไป
แดดเคยอุ่นยามสายหมายประสบ
ช่วยเลือนลบความเศร้าเฝ้าหลงใหล
กลับแผดเผาเร่าร้อนซ่อนเปลวไฟ
โกรธเคืองใดไยพร่าดั่งราวี
ฤาโลกเสียสมดุลวายวุ่นหนัก
สุดเกินจักเยียวยาพาบัดสี
ฤาต้องหาโลกใหม่ให้ชีวี
หากโลกนี้แตกดับลับบรรลัย
ฤาศีลธรรมถูกฆ่าจนอาสัญ
เบียดเบียนกันชีวิตจิตเผลอไผล
สรรพชีวิตนับล้านสังหารไป
ดาบจึงได้คืนสนองผองชนเอง....
27 พฤษภาคม 2564 00:39 น.

เหยื่อ

คีตากะ

cf9bf0f6fc92704d05e14d1f47804026.jpg
				
ไม่มีข้อความส่งถึงคีตากะ