10 เมษายน 2556 22:28 น.
คีตากะ
ห้วงนภากว้างใหญ่ไร้ขอบเขต
น่าสังเกตเลศนัยให้แอบแฝง
บางคราสีสดใสได้สำแดง
บางคราวแต่งแต้มสีที่มืดมน
ยามอาทิตย์อุทัยขับไขแสง
ฟ้าพลันแจ้งแจ่มจรัสลัดเวหน
แต่ราตรีไร้ดาวคราวแลยล
กลับมัวหม่นสลัวเลือนเยือนอัมพร
นภาลัยว่างเปล่าราวกระดาษ
ธรรมชาติสร้างมาประภัสสร
เดิมเปลือยเปล่าเช่นนั้นนิรันดร
สรรค์สิ่งจรเยี่ยมเยือนเหมือนชั่วคราว
เหล่าธุลีละอองไอเคลื่อนไหลล่อง
ลอยฟูฟ่องเลยล่วงสู่ห้วงหาว
ก่อหมู่เมฆหมุนวนยลสกาว
คลื่นสีขาวปรากฏหยาดหยดมา
เกิดพระพายพระพิรุณหนุนเนื่องหลั่ง
โปรยปรายยังปฐพีปรี่โถมถา
สายวิชชุกัมปนาทซัดฟาดมา
ปานแผ่นฟ้าพังทลายสลายไป
ทั้งสายฟ้าสายฝนระคนทั่ว
เกรี้ยวกราดรัวหยาดมุกเม็ดสุกใส
หลอมรวมเป็นคงคาชลาลัย
โคจรไปตามวัฏฏะจิรกาล
คิมหันต์เยือนแหล่งหล้าอากาศร้อน
ทิฆัมพรสีเข้มเกษมศานต์
เหมันต์หวนเหน็บหนาวร้าววิญญาณ
ฟ้าคงสราญศานติทุกทิวา
ฟ้าเปรียบเป็นเช่นใจใสสะอาด
อารมณ์กลาดกล้ำกลายหลายชันษา
ปานดังหนึ่งฤดูกาลผันผ่านมา
ในไม่ช้าลับหายมลายเลือน...
10 เมษายน 2556 22:29 น.
คีตากะ
บนเส้นทางสายไหมไปแม่สาย
หมอกพร่างพรายสองฝั่งดังม่านขึง
ทุ่งนากว้างวางแต้มแซมหนองบึง
สายบัวหนึ่งชูช่อลออตา
เหมันต์เยือนเยี่ยมเย้าเนาถิ่นฐาน
ดุจสายธารกาลเปลี่ยนแวะเวียนหา
อรุณรุ่งลมหนาวพราวนภา
หนาวอุราหน้าหนาวร้าวฤดี
ถึงยามสายสายหยุดหยุดบานเบ่ง
ทุ่งวังเวงปราศชนบนวิถี
กลิ่นฟางไหม้ตลบทุ่งฟุ้งยวนยี
ขุนคีรีทอดเงาเร้าสายตา
สัญจรผ่านบ้านทุ่งมุ่งหมายมั่น
สายสัมพันธ์แน่นหนักเกินจักหา
กราบแทบเท้าบิดรและมารดา
หวังพบหน้าก่อนสายหมายแทนคุณ
จากท้องทุ่งสู่กรุงหวังรุ่งโรจน์
เขาจันโจษหมิ่นหยามตามเนื่องหนุน
แม่สายลืมสายใยไร้การุณย์
ลืมบุญคุณผู้เฒ่าก่อนเก่ามา
อยู่เมืองใหญ่ทำงานเปรียบปานทาส
จนสายตัวแทบขาดด้อยวาสนา
ค่าแรงเพียงขั้นต่ำจำทนมา
เป็นดอกหญ้าในป่าปูนจำรูญรวง
หมุนเศรษฐกิจก้าวไกลไปทั่วโลก
เหงื่อชุ่มโชกค่ำเช้าเนาเมืองหลวง
ด้วยความจนทนอยู่สู้กับดวง
หมายพ้นล่วงพรหมลิขิตชีวิตมา
ข่าวผู้เฒ่าล้มป่วยอำนวยให้
นำสายใจคืนถิ่นถวิลหา
สายน้ำผึ้งผลิดอกออกงามตา
สายสวาทคืนนาด้วยอาทร
สายลมพลิ้วชายทุ่งจรุงจิต
ให้หวนคิดคำนึงถึงสายสมร
จะโบยบินกลับรังยังคืนคอน
ขอไหว้วอน...แม่สาย...ไม่สายเกิน...
13 สิงหาคม 2558 22:46 น.
คีตากะ
อย่าสำคัญมั่นตนเป็นคนเลิศ
ทุกคนเกิ ดเทียมเท่าเปล่าสังขาร
อันลาภยศชื่อเสียงเพียงพบพาน
ยามวายปราณไปตัวเปล่าเหลือเท่ามา
เห็นกงจักรเป็นดอกบัวเกลือกกลั้วจิต
ทำชีวิตมืดมนด้นแสวงหา
ยอมขลาดเขลามิเกลาจิตปลิดมารยา
พึ่งธรรมาก่อนสายชีพวายวาง
แก่ชราหนุ่มสาวหลากราวเรื่อง
ชีวิตเปลืองหมดไปใจหม่นหมาง
ตามกระแสโลกีย์มิเว้นวาง
เดินไกลห่างมรรคาสถาวร
ตนที่พึ่งแห่งตนผจญโลก
มัวอุปโลกน์กายใจยากไถ่ถอน
หลงในขันธ์ว่ากูอยู่นิรันดร
ใครเดือดร้อนช่างมันทำหันเมิน...
20 ธันวาคม 2554 15:20 น.
คีตากะ
ยึดเอาไว้ไม่ปล่อยพลอยรานร้าว
ปรุงเรื่องราวตามจิตคิดโหยหา
เพาะเชื้อโลภโกรธหลงคงชินชา
หารู้ว่าทุกข์หนักเกินจักทาน
มั่นหมายไว้ไม่แจ้งเสียดแทงจิต
ห้วงชีวิตจมปลักสุดหักหาญ
วนว่ายเวียนซ้ำซากลำบากนาน
ตราบสังขารเสื่อมทรุดพักหยุดกาย
ถือเอาไว้ไม่วางสร้างก่อทุกข์
จุดไฟลุกเผาทรวงล่วงสลาย
ดื้อดึงดันทุรังฝังใจกาย
ถึงชีพวายฤาตระหนักหักด่านกรรม
มั่นหมายใจไล่ฝันอันบรรเจิด
ตายแล้วเกิดกี่หนทนถลำ
มือถือถ่านไฟร้อนเก็บซ่อนงำ
เลิกกุมกำปล่อยไป...ใจเบิกบาน...