13 สิงหาคม 2558 23:27 น.
คีตากะ
ละอองไอกลั่นหยดรดแหล่งหล้า
จากฟากฟ้าสู่ดินถิ่นสถาน
หยาดพิรุณหนุนนำก่อลำธาร
เชื่อมผสานโลกสวรรค์อันห่างไกล
ลัดเลาะเลี้ยวอุปสรรคคอยดักกั้น
รูปลักษณ์อันอ่อนละมุนเนืองหนุนไหล
หลบหลีกแข็งแกร่งกล้าบ่าเลี่ยงไกล
พ้นเภทภัยหมื่นพันเพราะผันแปร
ความคิดปรุงก่อทุกข์ลุกร้อนเร่า
จิตอันเขลาหลงผิดติดร่างแห
ตำหนิฟ้ากล่าวหาดินหมิ่นรังแก
ยากยิ่งแก้ปมยุ่งคิดปรุงเอง
ใจพิสุทธิ์ดุจน้ำลำธารไหล
หลบหลีกไกลความฝันอันข่มเหง
จะสุขทุกข์รุกเร้าเคล้าบรรเลง
หลบกาจเก่งทุกท่าหาเกี่ยวพัน....
12 เมษายน 2556 21:39 น.
คีตากะ
รัตติกาลประดับดาวหนาวลมค่ำ
นั่งดื่มด่ำแสงอุ่นละมุนไหว
กะพริบดาวพราวฟ้าจ้าอำไพ
คืนหลับใหลยังมีจันทร์นั้นคู่เคียง
ปฐพีเยี่ยงนี้มีกี่แห่ง
จันทร์ทอแสงเย็นเยียบเงียบสรรพเสียง
โลกโคจรผ่านหมู่ดาวพราวรายเรียง
มุมเอนเอียงสร้างสีสันบรรเจิดพราย
ทอดตาทั่วแผ่นดินถวิลถึง
ขุนเขาซึ่งทอดเงาเนาเฉิดฉาย
ธาราใสไหลเย็นเป็นประกาย
อยู่ใต้ภายแสงรพีคลี่ปีกกาง
บุปผชาติดาษดื่นยืนโดดเด่น
แอบซ่อนเร้นกลางไพรที่ไกลห่าง
ต้นไม้ใหญ่ใบหนาอ้าแขนกาง
ยอดเลือนรางในเมฆาเสียดฟ้าคราม
สัตว์น้อยใหญ่แปลกตาดาษดาเหล่า
อาศัยเนาพงพีมีล้นหลาม
สงบสุขสนุกใจในทุกยาม
อยู่กันตามประสาบรรดามี
ภาพความงามเหล่านี้มีอีกไหม
เมื่อคนใจอำมหิตจิตบัดสี
จ้องเข่นฆ่าชีวิตคิดราวี
สัตว์มากมีล้มตายทอดกายลง
เมื่อมนุษย์สุดประเสริฐเกิดเป็นยักษ์
หมายจ้องควักตับไตด้วยใหลหลง
เสพเลือดเนื้อเพื่อนสัตว์ตัดชีพปลง
สุดท้ายลงอเวจีใช้หนี้กรรม
12 เมษายน 2556 21:40 น.
คีตากะ
ฟังเสียงโลกโศกสลดกำสรดแสน
ทั่วถิ่นแคว้นร้อนเร่าเพลิงเข้าสุม
ลมแปรปรวนโบกสบัดพัดครอบคลุม
ทะเลคลุ้มบ้าคลั่งพังหาดทราย
ธารน้ำแข็งครวญครางพลางปริแตก
ละลายแทรกธาราบ่าเป็นสาย
ท่วมเกาะแก่งดาดดื่นกลืนผืนทราย
ล้วนจมหายล่วงลับกับสายชล
เพลิงลุกป่าเมามันหมอกควันทั่ว
เมืองสลัวเลือนรางพลางฉงน
เกิดอาเพศอันใดให้พิกล
ทั้งฟ้าฝนผิดแผกแหวกฤดู
ฤาถึงคราวเวรกรรมจำชดใช้
ผู้ดีไพร่เสมอกันพลันอดสู
อย่าหลบตามัจจุราชเขลาขลาดดู
วันพิพากษารออยู่ทุกผู้คน.....
7 สิงหาคม 2553 01:54 น.
คีตากะ
หนักไหม...สิ่งที่เธอกำลังแบก
หัวใจแหลกสลายทั้งสับสน
เดี๋ยวก็ทุกข์เดี๋ยวก็สุขร้อนรน
มันเปปนวุ่นวายทุกโมงยาม
หนักไหม...ความคิดที่กดทับ
คณานับมากเกินกว่าแบกหาม
เธอเหนื่อยล้าเชื่องช้าพยายาม
จะก้าวตามโลกหมุนจนอ่อนแรง
หนักไหม...อารมณ์สุดซับซ้อน
วนยอกย้อนไม่วายทั้งหน่ายแหนง
มันล่อลวงเย้าแหย่ใจคลางแคลง
พอสิ้นแรงพลันลับหายไร้ร่องรอย
หนักไหม...ชื่อเสียงทั้งลาภยศ
มันโป้ปดข้างหูแสร้งใช้สอย
ราวแส้ฟาดกลางหลังกระหน่ำรอย
ให้เธอคอยวิ่งเตลิดประหนึ่งโค....
12 เมษายน 2556 21:41 น.
คีตากะ
เน้นอักขรวิธีที่ถูกต้อง
ท่วงทำนองอ่านเขียนเพียรศึกษา
คำควบกล้ำย้ำนักอักษรา
ภาษาอย่าวิบัติฝึกหัดลอง
ภาษาคนมิเพี้ยนเรียนเก่งกาจ
แต่อนาถภาษารักชักหม่นหมอง
ไยผิดเพี้ยนเรียนซ้ำน้ำตานอง
ความรักพร่องห่างหายคล้ายหมอกควัน
ภาษารักวิบัติอึดอัดจิต
ทั่วทุกทิศเกลียดชังนั่งโศกศัลย์
ยิ่งขัดแย้งแรงกล้าราวีกัน
ทุกวี่วันแลเห็นเป็นอาจิณ
สะกดคำว่ารักชักหวาดหวั่น
เกรงคำนั้นเลิกใช้ให้ถวิล
ความหมายเปลี่ยนเพี้ยนไปใจชาชิน
ยามยลยินคำรักแสนหนักทรวง
รักเพียงหวังครอบครองปองประโยชน์
รักแล่นโลดตามฝันอันแสนหวง
รักกลายแค้นแสนรักมักหลอกลวง
รักแล้วทวงถามรักชักงมงาย
รักตัวเองไม่เป็นเฟ้นหารัก
ยิ่งทุกข์หนักกว่าใครไปมากหลาย
รักแล้วทุกข์ลุกลนกระวนกระวาย
รักกลับกลายวิบัติตัดใจลา
จดจารคำว่ารักสลักเขียน
แล้ววนเวียนเปล่งเสียงเพียงภาษา
ความหมายใดไม่แจ้งแคลงอุรา
คงต้องหาอนุบาลวารช่วยแปล....