11 มีนาคม 2553 12:31 น.
คีตากะ
สามัญชนธรรมดาตาแลโลก
มีสุข-โศกเป็นไปจิตไหวหวั่น
ล้วนถูก-ผิดดี-ชั่วเข้าพัวพัน
ยังตนนั้นสับสนบนรอยกาล
ศึกษาสรรพสิ่งอิงตรรกะ
เพ่งวัฏฏะหมุนเวียนเปลี่ยนสืบสาน
ละวางบาปหาบบุญหนุนเจือจาน
เวียนว่ายนานคณานับรับผลกรรม
บัณฑิตพึงฝึกฝนตนบากบั่น
แจ้งจิตอันประภัสสรห่อนถลำ
ทวิลักษณ์ลวงจิตพิศมืดดำ
วางผลกรรมพ้นไตรโลกสิ้นโศกตรม
มหาศาลแห่งจิตพิศดาร
จักรวาลรวมหนึ่งจึงสุขสม
ทรงปัญญาประเสริฐเลิศพรพรหม
ความว่างห่มวิญญาณเบิกบานทรวง
ดุษฏีดุจดังพ้นฝั่งฝัน
มหัศจรรย์เลิศภพจบแดนสรวง
แจ้งมายาร้อยลิ้นสิ้นเล่ห์ลวง
หลุดพ้นบ่วงสงสารสราญรมย์
สามัญชนเรียบง่ายคล้ายโง่เขลา
สะท้อนเงาสรรพสิ่งอิงเหมาะสม
สอดคล้องธรรมล้ำลึกเร้าอารมณ์
กายครอบห่มจักรวาลสืบสานธรรม
12 เมษายน 2556 21:58 น.
คีตากะ
พรานนั่งภูดูเสือสองตัวสู้
เสียงก้องกู่คำรามต่างหยามหยัน
เผยเขี้ยวเล็บเหน็บแทงแข่งดุดัน
หมายห้ำหั่นอีกฝ่ายตกตายลง
พรานกระหยิ่มยิ้มย่องจ้องเขม็ง
ตาแลเล็งหนังเนื้อเสือใหลหลง
ลาภก้อนใหญ่ไม่ไกลในไพรพง
จะปลิดปลงทั้งคู่ค่อยดูความ
เสือตัวใหญ่เสียท่าถลาล้ม
ตัวเล็กข่มขึ้นขี่บี้เสี้ยนหนาม
หมายขย้ำซ้ำศัตรูตัวคู่ความ
ให้สิ้นนามนอนแผ่แพ้บัดดล
มันประมาทเลินเล่อเลยเผลอไผล
ลืมใส่ใจข้างหลังฟังฉงน
เสียงปืนดังปังหนึ่งจึงดิ้นรน
ถูกร่างจนแดดิ้นนอนสิ้นใจ
ความขัดแย้งของบ้านเมืองเรื่องสาธก
ชาติต่ำตกเพราะคนทนเหลวใหล
มองปลายเท้าเท่านั้นพาบรรลัย
มหาภัยเบื้องหลังนั่งรอคอย
โลกจะร้อนนาจะแล้งปัดแข้งขา
ไม่คิดหาทางแก้เอาแต่ฝอย
ภัยพิบัติรายวันหวั่นซ้ำรอย
แหงนหน้าคอยสูญพันธุ์บั้นปลายคน
1 สิงหาคม 2558 00:12 น.
คีตากะ
พิรุณพรำอำลาจนซาแล้ว
เสียงขลุ่ยแว่วแผ่วมาน้ำตาไหล
ลำน้ำยมพรมพลิ้วปลิวละอองไอ
น้ำเหนือไหลดั่งน้ำตาข้าหลั่งริน
จอดแพลอยคอยน้องจนร้องไห้
ฟ้าจวนใกล้รุ่งสางนางบ่ายผิน
ริมธาราพิษณุโลกโศกชีวิน
รอยุพินจนหนาวร้าวอุรา
สวรรค์สาปบาบซ้ำเคราะห์กรรมซัด
น้องผิดนัดไร้เงาเศร้าหนักหนา
พี่คอยเก้อชะเง้อชะแง้แต่ไม่มา
โอ้กานดาไปไหนใยลืมกัน
วอนหลวงพ่อขอช่วยอวยพรให้
ดลจิตใจคนสวยช่วยกลับหัน
พระพุทธชินราชโลกนาทอนันต์
พาแจ่มจันทร์มาพบประสพเจอ
ยืนหนาวเหน็บเจ็บใจใต้ทองกวาว
มองแต่สาวคิดถึงจึงพร่ำเพ้อ
น้ำตาพรากจากลาพาละเมอ
ด้วยเพราะเธอลวงหลอกกลับกลอกคำ
12 เมษายน 2556 21:59 น.
คีตากะ
เธอปัจเจกพุทธะละตัณหา
ดับทุกขาอาสวะละวางสิ้น
ปกิจจาสาเหตุเภทไพริน
อวิชชาพาชีวินสิ้นมรณา
เขาพุทธโพธิสัตว์ขจัดทุกข์
ร่วมทุกข์สุขสรรพสัตว์ยื่นหัตถา
เวียนว่ายวนจนสำเร็จเป็นพุทธา
สืบศาสนาต่อเนื่องรุ่งเรืองนาน
เธอมุ่งสู่นิพพานเบิกบานจิต
กายอุทิศเที่ยงธรรมล้ำสืบสาน
ดั่งอุบลพ้นมลทินกลิ่นตระการ
อริยสัจเป็นสะพานก้าวผ่านเลย
เขามุ่งสู่ความทุกข์ลุกเผาไหม้
เพื่อเปล่งไฟนำทางจิตวางเฉย
ลืมตัวตนขนสัตว์ผ่านพ้นเลย
ดั่งบัวเผยกลีบดอกออกกลางตม
เธอบรรลุอภิญญาบารมี
สำเร็จที่อรหันต์อันสุขสม
สิ้นภพชาติอาสวะละอารมณ์
พ้นโคลนตมแห่งสงสารสราญใจ
เขาบรรลุทศพลญาณหาญกล้า
เป็นพุทธาโปรดสัตว์ตัดหลงใหล
นิรมาณกายมายมากอัประไมย
นำทางให้สัตว์ทั้งหลายหมายนิพพาน
12 เมษายน 2556 21:59 น.
คีตากะ
บางอกหักรักคุดสุดปวดร้าว
ทนเหน็บหนาวเอกาพาโศกศัลย์
รักข้างเดียวเปลี่ยวนักหนักชีวัน
เขาหยามหยันเราโง่ซัดโซเซ
บางมากรักทักทายหลากหลายหน้า
ดั่งดาราล้อมเดือนเหมือนสรวลเส
ต้องหลบหลีกปลีกกายใจลังเล
รักถ่ายเทมากไปเกินใจรับ
บางสันโดษโลดแล่นแดนเปล่าเปลี่ยว
มุ่งจิตเดียวเทียวไปไร้ห้องหับ
ปลีกวิเวกเฉกชนคนอาภัพ
เพียงซึมซับความว่างระหว่างใจ
บางนำทัพรับศึกคึกคักสู้
ชีวิตอยู่บนเส้นด้ายกายสั่นไหว
สู้งานหนักหักหาญผ่านพ้นภัย
สงครามใหญ่แห่งชีวิตพิชิตงาน
บางท้อแท้แพ้ภัยจิตใจท้อ
ย่นระย่อต่อชีวิตคิดสงสาร
ตัวตนนี้ที่ล้มลุกต้องคลุกคลาน
ทรมานเนิ่นมาหน้าน้อยใจ
บางความสุขปลุกเร้าเข้าใจแจ้ง
หนทางแห่งวิมุตหยุดสงสัย
เพียงจิตหนึ่งซึ้งซาบอาบหทัย
ทุกสิ่งไหวเพราะใจวุ่นจึงหมุนวน
บางขลาดเขลาเทาหม่นเหมือนคนทุกข์
เพลินสนุกกับกามยามสับสน
จิตจ่อมจมตมเลนเล่นซุกซน
เพียงหลุดพ้นความเหงาสิ้นร้าวราน
บางเรียงร้อยถ้อยคำชำนาญศิลป์
ดั่งเทวินทร์สิงสถิตจิตไขขาน
สร้างเรื่องราวพราวพรายร่ายวิมาน
บนสุสานแห่งอักษรซ่อนเงื่อนงำ
บางกราดเกรี้ยวเฉียวฉุนเหมือนขุ่นข้อง
เข่นฆ่าผองหมู่มารพานน่าขำ
เล่นละครย้อนยอกกลอกกลิ้งทำ
บดเคี่ยวกรำมายาเลิกราวี
บางสงบจบนิ่งไม่ติงไหว
ราวหินใหญ่ว่างเปล่าเฝ้าปลีกหนี
ลืมตัวตนจนถ้อยร้อยวจี
ดับชีวีจากโลกสิ้นโศกตรม