1 สิงหาคม 2558 00:23 น.
คีตากะ
ฟากฟ้าสูงเกินใจจะไขว่คว้า
จับจ้องตาหาเธอละเมอฝัน
หวังพบบ้างนางฟ้าล้ำลาวัลย์
บนสวรรค์ไกลลิบทิพย์วิมาน
เพียงเมฆจางรางเลือนที่เคลื่อนคล้อย
พบเพียงรอยมายาลวงตาผ่าน
ยังเหม่อมองปองหามาเนิ่นนาน
แม้ร้าวรานเพียงใดใจใฝ่คอย
จนวันหนึ่งซึ่งใจจวนใกล้ล้า
ละสายตาจากฟ้านั้นเคยมั่นสอย
พลันพบเจอเธอนี้ที่เฝ้าคอย
บนแดนดินใช่ลอยคล้อยนภา
ดั่งธิดาบนดินสิ้นโศกศัลย์
จิตผูกพันแต่เธอละเมอหา
เธอทักทายร่ายคำย้ำวาจา
เพียงสบตาต้องเพ้อละเมอครวญ
ไม่เคยรู้เธอนี้มีอยู่จริง
คุณค่ายิ่งสิ่งใดใจคิดหวน
เสียเวลามองฟ้าไกลใจทบทวน
ทุกสิ่งล้วนเป็นเพียงฝันอันเลื่อนลอย.....
12 เมษายน 2556 20:55 น.
คีตากะ
โปรดอย่าคิด...เสียงดัง...กังวานแว่ว...
จะแน่แน่วสัจจาพาหวั่นไหว
เพราะอากาศอาจนำถ้อยร้อยเรียงไป
บอกคนไกลให้รับรู้ก้องกู่ดัง...
โปรดอย่าคิด...เสียงดัง...ฟังชัดถ้อย...
จะร่วมร้อยดวงใจให้ความหวัง
เพราะแสงแดดยามเช้าเฝ้าแอบฟัง
คอยแจ้งยังใครหนึ่งซึ่งเดียวดาย...
โปรดอย่าคิด...เสียงดัง...ดั่งร่ำร้อง...
จะคู่ครองเคียงกันจิตมั่นหมาย
เพราะเดือนดาวพราวฟ้าจะแพร่งพราย
แพร่กระจายข่าวให้ใครได้ยิน...
โปรดอย่าคิด...เสียงดัง...คราพลั้งเผลอ...
จะละเมอเพ้อครวญชวนถวิล
เพราะสายลมพรมพลิ้วลิ่วยลยิน
จะโบยบินบอกเขาจนเข้าใจ...
โปรดอย่าคิด...เสียงดัง...ครั้งดึกดื่น...
จะรวยรื่นชื่นรักสักเพียงไหน
เพราะผืนดินยินแว่วแล้วจะไป
กระซิบให้ใครนั้นนอนฝันดี...
1 สิงหาคม 2558 00:24 น.
คีตากะ
บนถนนที่ยาวไกลใต้ฟ้ากว้าง
คืนน้ำค้างพร่างพรายกายเหน็บหนาว
แสงจันทร์ส่องครองฟ้าดาราพราว
ทุกย่างก้าวมีเพื่อนแท้แค่เพียงเงา
เรื่องราวหลากมากมายมลายลับ
ไปพร้อมกับกาลเวลาพาเงียบเหงา
เหมือนสายลมพรมพลิ้วลิ่วบางเบา
พัดพาเอาสิ่งต่างต่างร้างลาจร
เพียงเม็ดทรายลอยล่องท่องเวหน
ก่อนล่วงหล่นบนผืนทรายรายสลอน
เก็บเรื่องราวหลากรสกี่บทตอน
แอบซุกซ่อนซ้อนทับนับอนันต์
ฝากร่องรอยประทับแนบกับหมอน
ยามหลับนอนฟุ้งเฟ้อละเมอฝัน
ซากอดีตความหลังครั้งวานวัน
คล้ายหมอกควันสีจางรางรางไกล
โลกเดินทางเฉื่อยช้าเหมือนล้าเหนื่อย
สายน้ำเอื่อยรินหลั่งยังเลื่อนไหล
พบและพรากจากกันผันแปรไป
เหลือเพียงใจซ่อนความลับกับเงาจาง.....
1 สิงหาคม 2558 00:17 น.
คีตากะ
ณ โลกเหงาเปล่าร้างกลางป่าคน
ใจสับสนเรื่องราวยามก้าวผ่าน
คงโดดเดี่ยวเปลี่ยวใจให้ร้าวราน
จนเนิ่นนานเกินทนหมองหม่นทรวง
พบเจอเจ้าเข้าใจให้ไออุ่น
อ่อนละมุนงดงามตามห่วงหวง
แววตาเจ้าซื่อใสไร้เล่ห์ลวง
จำตกบ่วงแห่งรักเกินหักใจ
เพียรคอยเฝ้าดูแลแม้เหินห่าง
ถึงเส้นทางรางเลือนเหมือนหลงใหล
ยังคงมั่นมิผันแปรแพ้ทางไกล
ตามห่วงใยนานมาเหม่อหาคอย
แต่ความงามแห่งเจ้าที่เฝ้าหลง
ใครก็คงงมงายหมายเอื้อมสอย
จนสุดท้ายพ่ายใจคนใกล้กลอย
ทิ้งคนคอยห่างไกลให้ทุกข์ทน.....
12 เมษายน 2556 20:58 น.
คีตากะ
เสียงเรไรแว่วมาชายป่าเขา
คืนไร้เงาหนาวสั่นจันทร์ลับหาย
ลมเย็นเยียบพลิ้วผ่านลาญผิวกาย
ราวคมมีดกรีดกรายหมายทิ่มแทง
สร้างบาดแผลร่องรอยค่อยกระหน่ำ
คอยตอกย้ำซ้ำเดิมเริ่มแสลง
จนใจล้าพร่าผลาญพานสิ้นแรง
ท่ามคืนแห่งเหมันต์อันเลือดเย็น
กรงเล็บแห่งมัจจุราชผงาดเงื้อ
กางอยู่เหนือขุนเขาทอดเงาเห็น
จ้องคร่ากุมฉีกเชือดเลือดกระเซ็น
ด้วยความเย็นตัดขั้วตรงหัวใจ
พรากวิญญาณจากร่างกลางคืนเหน็บ
มิทันเจ็บส่งเสียงเพียงหลับใหล
ปราศถ้อยคำอำลาจะอาลัย
ลมหายใจขาดหายมลายเลือน
ชีวิตใยสั้นนัก...ราวผักปลา
ถูกเข่นฆ่าง่ายดายคล้ายมีดเฉือน
ชีวิตแล้วชีวิตเล่าเฝ้าลบเลือน
ทอดกายเกลื่อนแผ่นดินสิ้นรูปนาม
โน่นนกแห่งราตรีสีดำมืด
สายตาชืดเย็นชาน่าเกรงขาม
มันจับจ้องมองอยู่ทุกโมงยาม
เหนือเขตคามทั่วถิ่นบินเวียนวน.....