1 สิงหาคม 2558 00:54 น.
คีตากะ
ถึงเหนื่อยล้าเพียงใดใจมิถอย
สองมือน้อยเพียรกอบดินสิ้นค่าหมาย
บรรจงปั้นสรรค์สร้างอย่างพริ้งพราย
เติมแต่งลายสีสันหมั่นสู้ทำ
แลกหยาดเหงื่อน้ำตาแสนสาหัส
เพียรขจัดส่วนเกินเดินถลำ
แม้ล้มลุกคลุกคลานพานสร้างทำ
ไม่จดจำความทุกข์เร้าปลุกใจ
เฝ้าก่อร่างสร้างฝันอันบรรเจิด
ผลเลอเลิศหรือเลวจนเหลวไหล
ยากคาดหวังดั่งจิตมุ่งคิดไป
หลายครั้งใจแพ้พ่ายแทบวายปราณ
ผิดเป็นครูรู้แก้ไขด้วยใจรัก
อุปสรรคหนักหนาค่อยพร่าผลาญ
คำหมิ่นหยามตามหลอกหลอนกร่อนดวงมาน
คงพ้นผ่านจากไปไม่เหลือเงา
ยอมอดทนอดกลั้นรอวันหนึ่ง
ก้อนดินซึ่งไร้ค่าสลักเสลา
กลายบรรเจิดเลิศงามตามใจเรา
ไม่เหนื่อยเปล่าแรงงานสานสร้างไป
จากก้อนดินสิ้นค่ามาเป็นดาว
เด่นสกาวกลางฟ้าน่าหลงใหล
หนึ่งมือกร้านสานสร้างพลางปลื้มใจ
แม้นอาจไร้ใครเห็นค่ากว่าก้อนดิน......
12 เมษายน 2556 21:18 น.
คีตากะ
เงียบเสียเถิด.กานดาอย่าร้องไห้
แม้โลกไร้ความรักสมัครสมาน
ทำใจเจ้าเศร้าหมองต้องร้าวราน
คำประจานคอยเหน็บให้เจ็บใจ
นิ่งไว้เถิด.น้องยาอย่าหมองหม่น
เพียงคำคนพูดพร่ำทำเฉไฉ
เดี๋ยวก็ผ่านกาลล่วงเจ้าดวงใจ
มัวร่ำไรเสียเวลามาอาดูร
เก็บไว้เถิด.....น้ำตาอย่าไหวหวั่น
โปรดเชื่อมั่นจิตใจไม่เสื่อมสูญ
หากศรัทธาปาฏิหาริย์พานเกื้อกูล
หมั่นเพิ่มพูนปัญญาศึกษาใจ
อดทนเถิด...คนดีคราที่เศร้า
อย่าขลาดเขลาดวงจิตคิดเหลวไหล
ต่างความคิดจิตคนสับสนไป
ยึดถือไว้เปล่าประโยชน์คอยโอดครวญ
ใคร่ครวญเถิด....ดวงมานผ่านวิกฤติ
เคี่ยวดวงจิตเข้มข้นพ้นกำสรวล
จึ่งเข้มแข็งแกร่งได้ไม่เรรวน
ทุกข์ใดล้วนปราศสิ้นบินจากจร
รู้แจ้งเถิด....นงคราญอย่าพานเฉย
กาลผ่านเลยล่วงลาหาไถ่ถอน
เฉกอุบลพ้นมลทินกลิ่นขจร
สิ้นอาวรณ์สิ้นโศกสิ้นโรคภัย......
1 สิงหาคม 2558 00:44 น.
คีตากะ
มีเพียงรัก...ก็พอไม่ขอมาก
เพียงลมปากฝากคำย้ำคิดถึง
แค่หัวใจมีให้กันหมั่นคำนึง
ใจคงซึ้งมากมายหายเหงาทรวง
มีเพียงรัก...ก็มากพอเติมต่อฝัน
พร้อมฝ่าฟันผองภัยแม้ใหญ่หลวง
อุปสรรคหนักหนาหาหวั่นทรวง
คงพ้นล่วงผ่านไปได้ด้วยดี
มีเพียงรัก...ก็เกินพอไม่ท้อถอย
เป็นแรงคอยผลักดันมิหันหนี
แม้ปัญหาหนาหนักสักกี่ที
คงจรลีลับลาพามลาย
มีเพียงรัก...ก็เพียงพอต่อวิถี
สร้างสิ่งดีสถิตไว้ไม่สูญหาย
หลอมรวมโลกปกป้องคุ้มครองกาย
สิ่งเลวร้ายผันผ่านสิ้นพาลภัย
มีเพียงรัก...ก็จะพอต่อต้านทุกข์
คืนผาสุกอีกคราเกินหาไหน
จุดประกายพรายแสงแห่งเปลวไฟ
ด้วย รักไร้เงื่อนไข เถิดเลิศโลกา.....

12 เมษายน 2556 21:20 น.
คีตากะ
ฉันเป็นใครไม่สำคัญวันก่อนเก่า
อาจโง่เขลาฤาฉลาดเติมวาดฝัน
จะสำเร็จล้มเหลวเลวครบครัน
แต่เพียงฉันสรรค์สร้างเลือกทางเดิน
ฉันเป็นใคร...ไม่สำคัญตราบวันนี้
ชื่อเสียงดีฤาไร้ใครสรรเสริญ
แต่จุดหมายปลายทางพลางก้าวเดิน
พร้อมเผชิญผลลัพธ์ยอมรับมัน
ฉันเป็นใคร...ไม่สำคัญกี่วันผ่าน
แม้สังขารเหนื่อยล้าตามหาฝัน
ยังมีเธอเพ้อถึงซึ้งทุกวัน
คงรักมั่นเพียงเธอเสมอไป
ฉันเป็นใคร...ไม่สำคัญวันข้างหน้า
จะโสภาฤาน่ากลัวมัวเพียงไหน
โลกจะร้างทางจะขาดปราศแสงไฟ
ขอแลกใจวางชีวิตคิดเดิมพัน
ฉันเป็นใคร...ไม่สำคัญแม้วันไหน
รับรู้เธอเป็นใครไม่เย้ยหยัน
เพราะเธอสร้างทางทั้งหลายหมายยืนยัน
ตัวเธอนั้นเป็นใครแจ้งใจเธอ
ฉันเป็นใคร...ไม่สำคัญวันลาจาก
ทิ้งเศษซากตัวตนสับสนเสมอ
วางมายาพาใจไหวละเมอ
จะรักเธอเท่าเธอรักตระหนักทรวง
ฉันเป็นใคร...ไม่สำคัญถึงวันนั้น
คราเธอฉันระลึกได้สิ่งใหญ่หลวง
ความเป็นหนึ่งซึ้งซาบอาบท้นทรวง
หลุดพ้นบ่วงเกมสร้างทางจินตนา
ฉันเป็นใคร...ไม่สำคัญในวันหนึ่ง
เธอผู้ซึ่งเป็นที่รักกันหนักหนา
จะแจ่มแจ้งแสงสว่างกลางวิญญาณ์
หยั่งรู้ว่า ทุกสิ่งอย่างเธอสร้างเอง
17 เมษายน 2551 01:22 น.
คีตากะ
หากคำ รัก จักทำเธอพร่ำเพ้อ
ฝันละเมอเพ้อครวญชวนหวั่นไหว
ยังเธอสุขทุกข์จางเบาบางไป
จะขานไขคำรักสักล้านคำ
หากดวงจิตคิดถึงซึ้งเป็นนิจ
สัมผัสจิตตรึงใจในงามขำ
ยังเธอปลื้มลืมเศร้าร้าวระกำ
จะเก็บงำ ความคิดถึง เพียงหนึ่งเธอ
หาก อ้อมแขน แสนว่างเปล่าเฝ้าโอบกอด
คราวพร่ำพลอดสองใจให้เสนอ
ยังเธอกรุ่นอุ่นไอรักมักละเมอ
จะกอดเธอเอาไว้ไม่ปล่อยวาง
หาก รอยจูบ ลูบไล้บนใบหน้า
พากานดาสุขล้นพ้นหมองหมาง
ยังความเหงาเก่าก่อนผ่อนเลือนราง
จะจูบนางเยี่ยงนี้ไม่มีไกล
หาก รสรัก สลักจิตสนิทแนบ
คราอิงแอบผูกพันวันเผลอไผล
ยังเธอชื่นคืนผ่านสราญใจ
จะเคียงใกล้ชั่วฟ้าดินตราบสิ้นลม....